อวิ๋นเจิงอยู่ในโรงงานอาวุธปืนครึ่งวัน สนทนาเรื่องเทคนิคบางประการกับเยว่เซิงและช่างฝีมืออาวุโสอีกหลายคน
กล่าวตามตรง ทุกวันนี้โรงงานอาวุธปืนสร้างของแปลกใหม่ขึ้นมามากมาย จนเขาแทบไม่มีแนวคิดปรับปรุงอะไรให้เสนออีกแล้ว
แนวทางปรับปรุงที่เขาเสนอในเวลานี้ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้สำเร็จด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ก่อนออกจากโรงงานอาวุธปืน อวิ๋นเจิงยังประกาศมอบรางวัลแก่ทุกคนในโรงหลอม เพื่อเชิดชูผลงานที่พวกเขาหล่อปืนใหญ่ลำกล้องขนาดใหญ่ได้สำเร็จ
หลังพักค้างคืนที่ติ้งเป่ย พวกเขาก็มุ่งหน้าไปซั่วฟางต่อ
อีกประมาณหนึ่งเดือนเสิ่นลั่วเยี่ยนก็น่าจะถึงกำหนดคลอดแล้ว อวิ๋นเจิงจึงอยากกลับซั่วฟางให้เร็วขึ้น จะได้อยู่เป็นเพื่อนนางมากหน่อย
ระหว่างเดินทางกลับ พวกเขาฟังฉินชีหู่คุยโวให้บุตรชายฟังตลอดทางว่าตนเก่งกาจเพียงใดในศึกกับแคว้นหลี จึงไม่รู้สึกเบื่อหน่ายนัก
จากปากฉินชีหู่ ศึกครั้งนี้กับแคว้นหลีฟังดูราวกับว่าเขาคนเดียวฟาดฟันข้าศึกนับหมื่นล้มลงได้
ขณะที่พวกเขาอยู่ห่างจากซั่วฟางไม่ถึง 30 ลี้ พลทหารส่งสารจากซั่วฟางก็ขี่ม้าสวนมาพบพวกเขาพอดี
“กราบทูลท่านอ๋อง มีทูตพระราชโองการจากราชสำนักเดินทางไปซั่วฟางเพื่อประกาศพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ!”
พลทหารส่งสารรายงานอย่างเร่งร้อน
“ทูตพระราชโองการ?”
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทูตผู้นั้นชื่ออะไร?”
“เป็นมู่กงกงพ่ะย่ะค่ะ”
พลทหารส่งสารตอบ
มู่ซุ่น?
อวิ๋นเจิงประหลาดใจเล็กน้อย
มู่ซุ่นเดินทางมาซั่วเป่ยเพื่อประกาศพระราชโองการ คงเป็นพระราชโองการจากเสด็จพ่อกระมัง?
จะทรงแต่งตั้งตำแหน่งหรือพระราชทานรางวัลให้เขาหรือ?
หรือเป็นเรื่องอื่น?
หลังครุ่นคิดเพียงครู่เดียว อวิ๋นเจิงก็สั่งพลทหารส่งสารทันที “กลับไปบอกมู่กงกงว่าเปิ่นหวังจะไปถึงในอีกไม่นาน ให้เขารอสักครู่”
