อวิ๋นเจิงไม่ได้พูดกับจ้าวจี๋มากความ เพียงสั่งให้ผางจิ้นจิ่วพาจ้าวจี๋ไปเดินดูค่ายทหาร
“เจ้ามอบอำนาจใหญ่โตเช่นนี้ให้จ้าวจี๋โดยตรงเลยหรือ?”
หลังจ้าวจี๋จากไป ฉินลิ่วก่านเอ่ยถามอวิ๋นเจิงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
เขาคาดเดาไว้แล้วว่าอวิ๋นเจิงจะให้ความสำคัญกับจ้าวจี๋ ทว่าไม่คิดเลยว่าอวิ๋นเจิงจะมอบอำนาจใหญ่โตเช่นนี้ให้จ้าวจี๋โดยตรง
“ไพร่พลนับพันหาง่าย แม่ทัพชั้นยอดหายาก!”
อวิ๋นเจิงยิ้มพลางกล่าวว่า “เสด็จพ่อส่งจ้าวจี๋มาให้ข้า ก็เพื่อให้ข้าใช้งานเขามิใช่หรือ?”
ฮ่องเต้เหวินริบยศและปลดจ้าวจี๋จากตำแหน่ง ก็เพื่อมอบโอกาสให้เขาไถ่โทษด้วยความชอบ
ลงโทษก็ส่วนลงโทษ แต่หลังจากลงโทษแล้ว ยังเปิดโอกาสให้จ้าวจี๋สร้างความชอบจนได้ยศเหล่านั้นคืนมา
นี่ก็เท่ากับช่วยให้เขาสยบจ้าวจี๋มาอยู่ใต้บังคับบัญชาโดยอ้อม
แม้อวิ๋นเจิงจะรู้จักจ้าวจี๋ไม่มากนัก แต่ก่อนหน้านี้จ้าวจี๋บัญชาทหารจำนวนมากได้ นั่นก็นับเป็นความสามารถอย่างหนึ่งแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การให้ความสำคัญกับจ้าวจี๋ยังมีจุดประสงค์ทางการเมืองอยู่บ้าง
“เจ้าหนูนี่ช่างกล้าตัดสินใจนัก!”
ฉินลิ่วก่านเอ่ยชมจากใจ ก่อนหัวเราะพลางกล่าวว่า “รอบแคว้นต้าเฉียนก็ดูเหมือนไม่มีที่ใดให้ยกทัพไปตีอีกแล้ว ไว้เจ้าช่วยทูลเสด็จพ่อของเจ้า ให้ข้าได้ออกศึกสักครั้งก่อนลงดินเถิด!”
ฉินลิ่วก่านยังอยากไปแสดงฝีมือในสนามรบอีกสักหน
แม้ยามนี้ต้าเฉียนจะมีทหารและแม่ทัพมากมาย ไม่จำเป็นต้องให้ขุนพลเฒ่าอย่างพวกเขาออกแรงอีก แต่หากได้ขึ้นสนามรบอีกครั้งก่อนตาย ชีวิตนี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้เสียดายแล้ว
