ยามค่ำคืน อวิ๋นเจิงดื่มสุรากับเหล่าแม่ทัพที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานจนสำราญใจ
ทว่าศึกใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าดื่มมากเกินไป
แม้อวิ๋นเจิงมีเรื่องมากมายอยากพูดคุยกับพวกเขา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขึ้นในยามนี้
ตลอดค่ำคืน ทุกคนเพียงพูดคุยรำลึกความหลังกัน
เมื่อดื่มกันจนได้ที่ ทุกคนก็ร้องเพลงทหารแห่งต้าเฉียนขึ้นมาพร้อมกัน
“ควันศึกพลุ่งขึ้น มองย้อนแผ่นดินใหญ่ไปทางเหนือ...”
ทุกคนขับขานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับได้ย้อนกลับไปยังสมรภูมิที่ทำให้เลือดลมพลุ่งพล่านอีกครา
หลังอาหารเช้าในวันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจิงจึงเรียกลู่ซิงมาสอบถามสถานการณ์ของจวนผู้พิทักษ์อันตงอย่างละเอียด
จวนผู้พิทักษ์อันตงแบ่งออกเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งเป็นดินแดนของแคว้นหลี อีกส่วนเป็นดินแดนของเผ่าเกาฉิน
ลู่ซิงเป็นผู้พิทักษ์ใหญ่แห่งจวนผู้พิทักษ์อันตง ส่วนผางจิ้นจิ่วกับหวังชี่เป็นรองผู้บัญชาการ
เดิมทีตำแหน่งผู้พิทักษ์ใหญ่ควรเป็นของผางจิ้นจิ่ว ทว่าอวิ๋นเจิงคำนึงว่าผางจิ้นจิ่วยังต้องนำทัพกวาดล้างกองกำลังที่เหลือของเผ่าเกาฉิน และปราบปรามพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจวนผู้พิทักษ์อันตงทั้งหมด จึงให้ลู่ซิงรับตำแหน่งนี้แทน
สถานการณ์บนดินแดนของเผ่าเกาฉินไม่มีอะไรต้องพูดถึง
ทางนั้นยังคงอยู่ระหว่างการกวาดล้าง
ส่วนดินแดนแคว้นหลีเดิม หลังผ่านฤดูหนาวนี้มา มีผู้คนล้มตายไปไม่น้อย
สาเหตุของเรื่องนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลู่ซิงกับพวกจงใจ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจำต้องทำ
อย่างไรเสีย หลังศึกใหญ่เมื่อปีก่อน เสบียงของชาวบ้านในพื้นที่นี้จำนวนมากถูกกวาดเอาไปจนหมด บ้านเรือนก็ได้รับความเสียหาย ครั้นถึงฤดูหนาว ทั้งไม่มีอาหารกินและไม่มีที่กำบังความหนาว การมีผู้คนล้มตายเป็นวงกว้างจึงแทบมิอาจหลีกเลี่ยงได้
