หลายวันต่อมา ทั่วทุกพื้นที่ของฟู่โจวต่างติดประกาศให้ชาวบ้านในฟู่โจวย้ายเข้าไปอยู่ในจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ผู้ใดสมัครใจย้ายเข้าไปอยู่ในจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ล้วนได้รับที่ดิน
นอกจากจะมอบที่ดินให้แล้ว ยังยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี ทั้งยังมีเงินสดและเสบียงอาหารเป็นเงินช่วยเหลือ
ผู้ที่ประสงค์จะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถลงทะเบียนตามพื้นที่ต่าง ๆ ก่อนได้ รอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้เสร็จสิ้นแล้วจึงค่อยย้ายพร้อมกัน
นอกจากนั้น อวิ๋นเจิงยังจัดระเบียบขุนนางในฟู่โจวครั้งใหญ่
ทัวฮวนเข้าปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้ามณฑลฟู่โจวอย่างเป็นทางการ ขุนนางในแต่ละเมืองและอำเภอก็ได้รับการโยกย้ายปรับเปลี่ยน หลายคนถูกย้ายออกจากเมืองหรืออำเภอเดิม บ้างได้เลื่อนตำแหน่ง บ้างโยกย้ายในระดับเดิม บ้างก็ถูกลดตำแหน่ง
แม้อวิ๋นเจิงจะกล่าวว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นเพียงการชั่วคราว ผลสุดท้ายต้องรอคำสั่งจากราชสำนัก แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า การปรับเปลี่ยนของอวิ๋นเจิงก็คือผลลัพธ์สุดท้าย
อวิ๋นเจิงมิได้ส่งเสริมการปลูกมันเทศดินทั่วทั้งฟู่โจว วางแผนจะเริ่มส่งเสริมในจวิ้นซื่อฟางกับจิงหยางก่อน ส่วนทางซั่วเป่ย พื้นที่ทางใต้ของแม่น้ำไป๋สุ่ยล้วนต้องส่งเสริมเช่นกัน
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังวุ่นอยู่กับการปกครองฟู่โจวอย่างเป็นทางการ อวิ๋นลี่ก็ได้รับจดหมายที่ผู้คุ้มกันของหยางหุยโจวส่งกลับมา
สองฉบับ
ฉบับหนึ่งอวิ๋นเจิงเขียน อีกฉบับหยางหุยโจวเขียน
จดหมายของอวิ๋นเจิงมีเนื้อหาเรียบง่าย เพียงทวงเงินกับเสบียงอาหารที่อีกฝ่ายรับปากไว้ รวมทั้งช่างต่อเรือ
ส่วนจดหมายของหยางหุยโจวกลับเป็นจดหมายขอความช่วยเหลือ
เพราะเรื่องที่เขาบีบลดอำนาจของตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ลงอย่างแข็งกร้าว ช่วงหลายวันมานี้อวิ๋นลี่จึงหัวหมุนอยู่แล้ว
บัดนี้ได้รับจดหมายสองฉบับนี้อีก อารมณ์ของอวิ๋นลี่ก็ยิ่งย่ำแย่
