หลายวันต่อจากนั้น อวิ๋นเจิงนำคนออกสำรวจภูมิประเทศสองฝั่งแม่น้ำอวี้ไต้ด้วยตนเองจนทั่ว
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงออกเช้ากลับค่ำทุกวัน บรรยากาศในกองทัพก็เริ่มตึงเครียดขึ้นทีละน้อย
เท่าที่พวกเขารู้ นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นเจิงสำรวจภูมิประเทศอย่างละเอียดถึงเพียงนี้
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นเจิงให้ความสำคัญกับศึกครั้งนี้อย่างยิ่ง
ความใส่ใจของอวิ๋นเจิงยังสร้างแรงกดดันไร้รูปร่างให้แก่เหล่าแม่ทัพแห่งหลิงโจว
เป็นแรงกดดันที่มีแต่ต้องชนะ ห้ามแพ้!
ระหว่างนั้น อวิ๋นเจิงยังล่อให้ข้าศึกส่งคนไปสอดแนมพวกเขาที่อีกฝั่งของแม่น้ำอวี้ไต้ จากนั้นจึงร่วมมือกับหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณที่ซุ่มอยู่ลับ ๆ เปิดฉากจู่โจมข้าศึกครั้งย่อม จับเชลยมาได้หลายคน
สองวันหลังอวิ๋นเจิงสำรวจภูมิประเทศเสร็จและจัดทำแผนที่โดยละเอียด จั่วเริ่นกับพวกก็ลำเลียงเสบียงมาถึงในที่สุด
อวิ๋นเจิงสั่งให้พวกเขาตั้งค่ายทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของหลิงโจว เพื่อรอกำลังพลชุดต่อไป
ผ่านไปอีกหลายวัน กองทัพอาภรณ์โลหิต กำลังพลของฟู่เทียนเหยี่ยน รวมถึงทหารม้าสองหมื่นนายที่เจียเหยานำมาก็มาถึงพร้อมเสบียงส่วนหนึ่ง
ถึงยามนี้ กองทัพที่ใช้บุกทางหลิงโจวก็รวมพลครบถ้วนแล้ว
เจียเหยากับพวกยังไม่ทันได้พักหายใจ อวิ๋นเจิงก็ส่งคนมาแจ้งคำสั่ง ให้พวกเขาไปหารือกันที่กระโจมบัญชาการของเขา
เมื่อเจียเหยากับพวกไปถึง แม่ทัพใหญ่ของแต่ละกองก็มาอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว
“คารวะฮูหยินเจียเหยา...”
พอเห็นเจียเหยา แม่ทัพใหญ่ทุกกองต่างลุกขึ้นคำนับ
ก่อนหน้านี้พวกเขาเรียกเจียเหยาว่าฮูหยินเจียเหยา ก็มีเจตนาหยอกล้ออยู่บ้าง
