ยามเที่ยง เจียเหยากับเสิ่นควนเคลื่อนทัพเข้าประจำการที่เหอจี้
ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งวันทั้งคืน แม้แต่เจียเหยาก็เริ่มทนไม่ไหว
หลังมอบหมายเรื่องสอบสวนอาเลี่ยเค่อให้เสิ่นควน นางก็ไปพักผ่อน
เมื่อเจียเหยาตื่นขึ้นมา ก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว
พอทราบว่าเจียเหยาตื่นแล้ว หลี่กู้ก็สั่งให้คนนำอาหารร้อน ๆ มาส่งทันที ทั้งยังส่งคนไปแจ้งเสิ่นควน
ขณะที่เจียเหยายังกินอาหารอยู่ เสิ่นควนก็มาถึง
“สอบสวนได้ความอย่างไรบ้าง?”
เจียเหยากินคำโตโดยไม่เงยหน้า แล้วเอ่ยถาม
สีหน้าเสิ่นควนไม่สู้ดีนัก เขากล่าวเสียงขรึมว่า “การบุกโจมตีของเผ่าเกาฉินคราวนี้เกี่ยวข้องกับไห่หลานตั่ว!”
“ใครนะ?”
เจียเหยาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
“ไห่หลานตั่ว!”
เสิ่นควนคิดว่าเจียเหยาลืมไห่หลานตั่วไปแล้ว จึงรีบเตือน “สตรีที่เมื่อปีก่อนคอยพัวพันท่านหญิงอย่างไรเล่า! บุตรีของเหอสือเลี่ย!”
เมื่อเอ่ยถึงไห่หลานตั่ว แววสังหารก็ฉายชัดในดวงตาเสิ่นควน
หากเป็นไปได้ เขาแทบอยากพุ่งไปอยู่ตรงหน้าไห่หลานตั่วเดี๋ยวนี้ แล้วฟันนางให้ตายด้วยคมดาบ
“ข้ารู้จักนาง!”
เจียเหยาขมวดคิ้ว “เหตุใดเรื่องนี้ถึงไปพัวพันกับนางอีก?”
เมื่อถูกเจียเหยาซักถาม เสิ่นควนจึงเล่าทุกสิ่งที่สอบสวนได้จากอาเลี่ยเค่อออกมา
ก่อนหน้านี้ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเกิดการรัฐประหารในแคว้นหลี เหล่ากบฏของแคว้นหลีสังหารหวังชื่อ
ทว่าพวกเขาไม่รู้ว่า ‘กบฏแคว้นหลี’ ที่ว่านั้น แท้จริงแล้วคือหลี่เซี่ยน อดีตผู้ตรวจการกรมกลาโหมของแคว้นหลี
เมื่อปีก่อน ไห่หลานตั่วแต่งให้ขุนนางชั้นผู้น้อยคนหนึ่งของแคว้นหลี
ต่อมา หวังชื่อเกิดถูกตาต้องใจไห่หลานตั่ว
อาเลี่ยเค่อไม่รู้รายละเอียดว่าทั้งสองไปมาหาสู่กันอย่างไร รู้เพียงว่าพวกเขาลอบคบหากัน
เดิมทีไห่หลานตั่วอยากให้หวังชื่อก่อกบฏ
แต่เมื่อปีก่อนหวังชื่อถูกข่มขวัญจนไม่กล้าก่อกบฏ
ภายหลัง ไห่หลานตั่วก็ไม่รู้ว่าอย่างไร จึงไปพัวพันกับหลี่เซี่ยนอีกคน
