ยามค่ำคืน อวิ๋นเจิงกับจางซวีหิ้วสุราหลายไหกลับจวน
ครึ่งหนึ่งแบ่งมอบให้บ่าวไพร่และองครักษ์ในจวน
ทว่าอวิ๋นเจิงยังคงกำชับพวกเขาตามกฎเดิม
ดื่มได้ แต่ต้องรู้ประมาณตน ห้ามดื่มจนเมามาย
โดยเฉพาะองครักษ์ในจวน
หากพวกเขาเมามายเสียแล้ว ต่อให้เป็นแมวหมาที่ไหนก็อาจลอบเข้าจวนมาได้
ภายในเรือนชั้นใน อวิ๋นเจิงกับคนอื่น ๆ ทั้งหกนั่งล้อมวงกัน
“ไม่ต้องคอยปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ แล้ว เจ้านั่งลงด้วยเถิด!”
อวิ๋นเจิงเรียกซินเซิง
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
ซินเซิงส่ายหน้าเอ่ยว่า “บ่าวคอยปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ ก็พอเจ้าค่ะ”
“บอกให้นั่งก็นั่ง!”
อวิ๋นเจิงถลึงตาใส่ซินเซิง “ทุกคนมีมือมีเท้า ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าปรนนิบัติ”
แม้อวิ๋นเจิงจะปรับตัวเข้ากับฐานะใหม่ได้ตั้งนานแล้ว แต่ในหัวก็ยังคงมีความคิดแบบคนยุคปัจจุบัน
แม้ซินเซิงจะเป็นสาวใช้คนสนิทของเขา ทว่าเขาไม่เคยมองนางเป็นสาวใช้
เรื่องใดที่ลงมือทำเองได้ เขาก็มักทำเองทั้งสิ้น ยามค่ำคืนก็ไม่ต้องให้ซินเซิงเฝ้ายามแทน
“เอาละ นั่งลงเถิด!”
เย่จื่อยิ้มบาง ๆ ให้ซินเซิง “พวกเราไม่เคยมองเจ้าเป็นคนนอก นั่งกินด้วยกันเถิด จะได้ลองชิมสุราชนิดใหม่ที่ท่านอ๋องกับจางซวีหมักด้วย”
“เจ้าค่ะ”
ซินเซิงยิ้มอย่างเก้อเขิน ก่อนค่อย ๆ นั่งลง
“นี่คือสุราชนิดใหม่ที่พวกเจ้าทำหรือ?”
หมิงเยว่จ้องไหสุราบนโต๊ะ “พวกท่านสองคนขี้เหนียวเกินไปหรือไม่? พวกเรามีกันเจ็ดคน แต่เอาสุรามาให้ดื่มแค่นี้?”
ไหขนาดนี้ อย่างมากก็คงจุสุราได้หกเจ็ดชั่งกระมัง?
“สุราแค่นี้หรือ?”
จางซวีเบ้ปาก “สุรานี้แรงนัก พวกเราทั้งเจ็ดดื่มหมดไหนี้ได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว!”
