มณฑลจวี่โจว เมืองหลวงแห่งใหม่
“ข่าวชัยชนะ! ข่าวชัยชนะ...”
“แคว้นหลีคว้าชัยครั้งใหญ่...”
ทหารส่งข่าวผู้มีธงแดงสามผืนปักอยู่บนหลัง ควบม้าตะบึงไปพลางตะโกนก้องไปพลาง
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของทหารส่งข่าว ผู้คนบนถนนต่างพากันหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ข่าวชัยชนะอีกแล้วหรือ?
ช่วงนี้มีข่าวชัยชนะจากแคว้นหลีบ่อยเหลือเกินกระมัง?
เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนับจากข่าวชัยชนะครั้งก่อน เหตุใดจึงมีข่าวชัยชนะมาอีกแล้ว?
“ข้าถามหน่อย ทางแคว้นหลีเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
“นี่เจ้ายังฟังไม่เข้าใจอีกหรือ? ก็ชนะศึกอย่างไรเล่า!”
“ข้ารู้ว่าชนะศึก ข้าหมายถึงเหตุใดจึงมีข่าวชัยชนะจากแคว้นหลีส่งกลับมามากมายถึงเพียงนี้?”
“เรื่องนี้ข้ารู้ ได้ยินว่าฮูหยินเจียเหยานำทัพอยู่ทางแคว้นหลี จนตีข้าศึกเสียจนแตกพ่าย...”
“จริงหรือ? ฮูหยินเจียเหยาเก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียว?”
“เหลวไหล เจ้านึกว่าฮูหยินเจียเหยาเป็นองค์หญิงบอบบางอ่อนหวานหรือ? นางคือไข่มุกแห่งทุ่งหญ้าเชียวนะ...”
“พวกเจ้าว่า ระหว่างฮูหยินเจียเหยากับท่านอ๋อง ผู้ใดเก่งกาจเรื่องการศึกกว่ากัน?”
“ในสนามรบย่อมเป็นท่านอ๋อง แต่บนเตียงนั้นก็ไม่แน่...”
ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์ ทว่ายิ่งพูดก็ยิ่งออกนอกเรื่อง
หลายปีมานี้ ต้าเฉียนคว้าชัยชนะมาแล้วมากมายเหลือคณา
ชาวบ้านจึงชินชากับข่าวชัยชนะจากแนวหน้าไปเสียแล้ว
เมื่อเทียบกับชัยชนะครั้งใหญ่ในแนวหน้า ผู้คนจำนวนไม่น้อยกลับดูจะสนใจเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับอวิ๋นเจิงและเหล่าฮูหยินของเขามากกว่า
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน ทหารส่งข่าวยังคงควบม้าตะบึงไปข้างหน้า จนมาถึงที่ว่าการกว่างหลิงซึ่งอวิ๋นเจิงพำนักชั่วคราว
ยามนี้ ผู้ส่งข่าวล้วนต้องนำข่าวไปส่งถึงมืออวิ๋นเจิงก่อน แล้วเขาจึงจะนำขึ้นทูลต่อราชสำนัก
