เจียเหยายังคงนำคนล่าถอยต่อไปไม่หยุด
ระหว่างทาง เมื่อนางพบชนเผ่าบางเผ่า ก็ส่งคนไปช่วยพวกเขาอพยพ
ระหว่างการล่าถอย เจียเหยาได้รับข่าวที่สายลับนำกลับมาด้วย
ทหารต้าเฉียนรับคนชราและเด็กที่อ่อนแอเหล่านั้นไว้ ทั้งยังมิได้ทำให้พวกเขาลำบากใจ
เมื่อได้ข่าวนี้ เจียเหยาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก้อนหินหนักอึ้งในใจก็พลันร่วงหล่นลง
สำหรับนาง การตัดสินใจเช่นนี้เป็นเรื่องยากยิ่ง
แต่โชคดีที่การตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้อง
แม้เจียเหยาจะเกลียดจนอยากสับอวิ๋นเจิงเป็นหมื่นชิ้น แต่ในเรื่องนี้ นางสมควรขอบคุณเขา
ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางกับต้าเฉียน ต่อให้อวิ๋นเจิงไม่ยื่นมือช่วยคนชราและเด็กเหล่านั้น นางก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษเขา
หากแม่ทัพฝ่ายศัตรูเป็นคนอื่น ผลลัพธ์คงไม่เป็นเช่นนี้
แน่นอนว่าแม้จะขอบคุณ แต่หากพบกันในสนามรบ นางก็ยังจะหาทุกวิถีทางสังหารอวิ๋นเจิง
เพียงแต่นางบัดนี้ไม่เหลือความมั่นใจแล้ว
ทั่วทั้งเป่ยหวนล้วนไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอวิ๋นเจิงได้
เป่ยหวนต้องใช้เวลาฟื้นฟูบาดแผล และต้องใช้เวลาตั้งหลักขึ้นมาใหม่
ภายในสิบปีหรือกระทั่งยี่สิบปี พวกเขาคงไม่มีทางแก้แค้นต้าเฉียนได้
เว้นแต่ต้าเฉียนจะประสบเหตุพิเศษ
เจียเหยาติดต่อกับคนของเหออาซูได้แล้ว
ขณะนี้คนของเหออาซูกำลังคุ้มกันชนเผ่าบางส่วนให้เดินทางเข้ามาใกล้พวกนาง
เมื่อทราบสถานการณ์ของคนเหออาซู เจียเหยาก็มิได้ตำหนิเหออาซู
เหออาซูจำต้องล่าถอย แต่พวกเขาสูญเสียไม่มากนัก
การกระทำของเหออาซูช่วยรักษากองทหารชั้นยอดกลุ่มสุดท้ายของเป่ยหวน ซึ่งยังพอมีเรี่ยวแรงสู้รบไว้ได้
เมื่อเทียบกับเหออาซูแล้ว นางผู้เป็นองค์หญิงกลับพ่ายแพ้ยับเยินยิ่งกว่า
นางมีสิทธิ์อันใดไปพาลใส่เหออาซูหรือ?
