ณ ที่ประทับของขบวนเสด็จ
ฮ่องเต้เหวินกำลังดื่มสุรากับเหล่าแม่ทัพ ทว่าจิตใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก
ยามนี้ฮ่องเต้เหวินทั้งยินดีและขุ่นเคือง
เรื่องที่ทรงยินดีคือ ข้างกายอวิ๋นเจิงมีผู้ที่สามารถรับภาระสำคัญได้
ทั้งเสิ่นลั่วเยี่ยนและตู้กุยหยวน ล้วนเรียกได้ว่ามีทั้งปัญญาและความกล้าหาญ
มีคนทั้งสองอยู่ข้างกายอวิ๋นเจิง ยามส่งองค์ชายหกไปซั่วเป่ย พระองค์ก็ทรงวางพระทัยได้มากขึ้น
แต่พอนึกถึงอวิ๋นถิงกับพวกพ้องอีกหลายคน ฮ่องเต้เหวินก็ทรงพิโรธขึ้นมา
ทหารม้าสามพันนายไล่ตามทหารราบหนึ่งพันนาย!
ถึงกับถูกชิงม้าไปตั้งมากมายเชียวหรือ?
ที่สำคัญคือ ฝ่ายอวิ๋นเจิงกลับสูญเสียน้อยยิ่งนัก!
ขายหน้า!
นอกจากขายหน้าแล้วก็ยังขายหน้า!
พระองค์ไม่รู้เลยว่าบุตรสารเลวทั้งสามอ่านตำราพิชัยสงครามไปถึงไหนแล้ว!
ต่อให้พวกเขาแบ่งใจที่ใช้คิดเล่ห์เหลี่ยมมาสักหนึ่งส่วนจากสิบส่วนเพื่ออ่านตำราพิชัยสงคราม ก็คงไม่ขายหน้าเช่นนี้!
พระองค์แทบอยากส่งบุตรสารเลวทั้งสามไปฝึกฝนในสนามรบซั่วเป่ยเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ขณะฮ่องเต้เหวินกำลังทรงคิดฟุ้งซ่าน เสียงกีบม้าดังกึกก้องราวเสียงกลองฟ้าร้องพลันลอยมาจากไกล ๆ
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ฮ่องเต้เหวินขมวดพระขนงเล็กน้อย
เซียวว่านโฉวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “น่าจะเป็นองค์ชายหกถูกหยวนกุยกับฉินชีหู่จับตัวได้แล้ว หากนับเวลา พวกเขาคงบุกจู่โจมไปถึงประตูตะวันออกนานแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินครุ่นคิด ก่อนทอดพระเนตรกวาดมองทุกคน “พวกท่านคิดว่าใครเป็นคนนำคนไปจับตัวองค์ชายหก? ฉินชีหู่หรือหยวนกุย?”
