ริมกู้เปียน
อวิ๋นเจิงไม่ได้รับข่าวว่ากองทัพเป่ยหวนมีความเคลื่อนไหวผิดปกติเสียที จึงเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา
ให้ตายสิ!
ขบวนขนส่งเสบียงของพวกเขาใกล้จะเข้าประจำการที่ชิงเปียนแล้วนะ!
เจียเหยาจะยังไม่ลงมืออีกหรือ?
หรือว่าเจียเหยาคิดจะรอให้คนของพวกเขาเข้าประจำการที่ชิงเปียนก่อนแล้วค่อยลงมือ?
คิดอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้!
แม้ชิงเปียนจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่กำแพงเมืองส่วนใหญ่ยังคงอยู่
หากอาศัยกำแพงเมืองที่ชำรุดของชิงเปียนตั้งรับ พวกเขาย่อมได้เปรียบอย่างมาก
ถ้ารอให้พวกเขาเข้าประจำการที่ชิงเปียนแล้วค่อยลงมือ เว้นเสียแต่สมองเจียเหยาจะมีปัญหา!
หรือว่าเป่ยหวนไม่คิดจะรบอีกแล้วจริง ๆ?
แม้แต่ความคิดชั่วร้ายสักนิดก็ไม่คิดจะทำแล้วหรือ?
ไม่น่าจะถึงขั้นนั้นกระมัง?
มีของดีอยู่ตรงหน้าแต่ไม่คว้าไว้ ก็ไม่ต่างจากเต่าหัวหด!
เจียเหยาก็น่าจะเข้าใจหลักการนี้ดี
เขาอุตส่าห์รีบร้อนส่งเสบียงไปให้นางถึงที่ นางจะไม่เอาหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ในยามที่เป่ยหวนขาดแคลนเสบียงถึงเพียงนี้!
เจียเหยาคงไม่ปล่อยเนื้อชิ้นโตที่ส่งถึงปากให้หลุดมือไปหรอกกระมัง?
“เอาละ อย่าทำหน้าอมทุกข์เช่นนั้น”
เมี่ยวอินเดินมาข้างกายอวิ๋นเจิง แล้วนั่งลงบนตักเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “จู่ ๆ ข้าก็พบว่า เจ้าน่าสนใจที่สุดยามทำตัวร้าย ๆ พอทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังแล้วช่างน่าเบื่อยิ่งนัก”
“นั่นสิ!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “หากเจียเหยาไม่ลงมือ พวกเราก็เข้าประจำการที่ชิงเปียนตามแผน หากนางลงมือ พวกเราก็หลอกนางสักครั้ง ไม่ว่าทางไหนพวกเราก็ไม่เสียเปรียบ แล้วเจ้าจะกังวลไปไย?”
