กองทัพศัตรูยังคงเคลื่อนหน้าเข้ามาไม่หยุด
โหลวอี้กับอวี้ไท่ก็ขึ้นไปยังที่สูงใกล้เคียง โดยมีกำลังทหารจำนวนมากคุ้มกัน
จากระยะนี้ ทั้งสองมองเห็นการจัดวางกำลังของกองทัพศัตรูได้อย่างชัดเจนแล้ว
“ดูท่า กองทัพศัตรูคิดจะทำลายเครื่องยิงหินของพวกเรา”
อวี้ไท่มองทหารม้าต้าเฉียนตรงช่องเปิดแนวป้องกันด้านหน้า พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี
ยามนี้กองทัพศัตรูยังไม่ลงมือ เพราะกำลังรอให้พวกเขาเข้าใกล้กว่านี้
ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้มากเท่าไร ระยะที่ศัตรูจะจู่โจมก็ยิ่งสั้นลงเท่านั้น ขณะเดียวกัน โอกาสที่ทหารสองปีกของพวกเขาจะโอบล้อมศัตรูก็ยิ่งลดน้อยลง
โหลวอี้พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ดูจากกำลังพลของศัตรูแล้ว น่าจะมีสี่ถึงห้าพันคน ต่อให้พวกเราโอบล้อมพวกเขาไม่ได้ อาศัยความได้เปรียบด้านกำลังพล อย่างน้อยก็ยังบดขยี้พวกเขาได้ครึ่งหนึ่ง”
แม้วันนี้จะเป็นเพียงการหยั่งเชิง แต่พวกเขาก็ส่งกำลังออกไปถึงสามหมื่นนาย
ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวนนี้ยังเป็นทหารม้าถึงสองหมื่นนาย
ขอเพียงศัตรูกล้าพุ่งออกมาทำลายเครื่องยิงหิน พวกเขาก็มั่นใจว่าจะบดขยี้กำลังพลของศัตรูได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือถึงขั้นทำลายล้างกองทัพศัตรูจนหมดสิ้น
ต่อให้ศัตรูสู้สุดชีวิตทำลายเครื่องยิงหินทั้งหกคันของพวกเขา พวกเขาก็จะส่งเครื่องยิงหินอีกหกคันขึ้นมา
เขาอยากเห็นนักว่าศัตรูจะมีชีวิตคนอีกสักกี่ชีวิตให้ใช้ถมลงไป!
เมื่อเครื่องยิงหินของพวกเขาถูกทำลายไปเกือบหมด เกรงว่ากองทัพศัตรูก็คงสูญเสียกำลังพลอย่างหนักเช่นกัน
ถึงเวลานั้น พวกเขาค่อยอาศัยความได้เปรียบด้านกำลังพลเปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่อง ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้หายใจ ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะบดขยี้กองทัพศัตรูให้สิ้นซาก!
