สองวันต่อมา อวิ๋นเจิงมีคำสั่งโจมตีอย่างเป็นทางการ
ทหารม้าหนึ่งหมื่นนายที่ฟู่เทียนเหยี่ยนนำทัพทำหน้าที่เป็นกองหน้า เริ่มข้ามแม่น้ำตรงหาดตื้นเบื้องหน้าเมืองปลอม
อวิ๋นเจิงทำตามคำแนะนำของเจียเหยาเช่นกัน โดยทิ้งทหารม้าชั้นยอดห้าพันนายในสังกัดเติ้งเป่าไว้ ประสานกับทหารราบหนึ่งหมื่นนายซึ่งประจำการอยู่ในหลิงโจวเดิมเพื่อรักษาการณ์หลิงโจว
เมื่อเห็นพวกเขาข้ามแม่น้ำ กองทัพศัตรูก็มิได้ส่งกำลังพลจำนวนมากออกมาสกัด เพียงส่งทหารม้าราวห้าสิบคนไปเฝ้าดูพวกเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอวี้ไต้ คอยจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
อีกทั้ง ต่อให้พวกเขาคิดจะสกัดกั้นก็ทำไม่ได้
จุดที่สามารถข้ามแม่น้ำอวี้ไต้มีมากเกินไป
ต่อให้ส่งคนออกมาสกัดหนึ่งหรือสองหมื่น ก็ไม่อาจขัดขวางกองทัพของอวิ๋นเจิงมิให้ข้ามแม่น้ำได้
สู้หดหัวตั้งรับ รอให้ศัตรูเหน็ดเหนื่อยแล้วค่อยลงมือ ยังจะดีกว่า
ในเวลานั้นเอง ม้าศึกหลายตัวในกองหน้าที่กำลังข้ามแม่น้ำก็ส่งเสียงร้องโหยหวน
ดูเหมือนม้าศึกที่ทหารม้าขี่จะได้รับบาดเจ็บ เจ็บจนวิ่งเตลิดไปทั่ว สลัดทหารม้าบนหลังตกลงมา
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ทำให้กองหน้าซึ่งกำลังข้ามแม่น้ำอย่างเป็นระเบียบเกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อยในฉับพลัน
“ฮ่า ๆ...”
เมื่อเห็นกองทัพที่กำลังข้ามแม่น้ำตกอยู่ในความโกลาหล ทหารม้าศัตรูหลายสิบคนนั้นก็หัวเราะลั่นทันที
พอได้ยินเสียงหัวเราะ ทหารม้าที่กำลังข้ามแม่น้ำหลายคนก็รีบง้างธนูยิงใส่พวกเขา
ทว่าลูกธนูยังไม่ทันเข้าใกล้ทหารม้าศัตรู ก็ร่วงลงแม่น้ำไปเสียก่อน
“ฮ่า ๆ...”
เห็นพวกเขาโกรธจนหน้าแดง ทหารม้าหลายสิบคนนั้นก็หัวเราะอย่างสำราญกว่าเดิม
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วน้อย ๆ กำลังจะส่งคนไปสอบถามสถานการณ์ ฟู่เทียนเหยี่ยนก็ส่งคนมารายงานเสียก่อน “กราบทูลฝ่าบาท ในแม่น้ำมีตะปูเหล็กแหลมที่ศัตรูทิ้งไว้ กองทัพของกระหม่อมถูกขัดขวางการข้ามแม่น้ำ แม่ทัพฟู่ประสงค์จะสั่งคนตรวจค้นก้นแม่น้ำเพื่อเก็บตะปูเหล็กแหลมออกมา ความคืบหน้าในการข้ามแม่น้ำของกองทัพอาจล่าช้าอย่างหนัก...”
