นครหลวงแห่งราชวงศ์หลี เมืองฉี่หมิง
ข่าวจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลสู่เมืองฉี่หมิงดุจเกล็ดหิมะ
หวังซู่และเหล่าขุนนางในราชสำนักที่ได้รับข่าวต่างเสียขวัญจนทำสิ่งใดไม่ถูก
ชิงอี้แตก ตู้หยางแตก ซ่างเหอแตก...
เพียงไม่กี่วัน กองทัพศัตรูก็ยึดหัวเมืองใหญ่เล็กของราชวงศ์หลีไปแล้วกว่าสิบแห่ง
บัดนี้ กองทัพศัตรูยึดผิงจี๋ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหู่โข่วกับเหอจี้ได้แล้ว คมทวนมุ่งตรงไปยังหู่โข่ว
ส่วนกองทัพศัตรูอีกสายหนึ่งก็กำลังจับจ้องเมืองหลงชิ่งอย่างตาเป็นมัน
“คนเล่า?”
“คนของเราอยู่ที่ใด?”
“คนของเราหายหัวไปไหนกันหมด?”
หวังซู่ตวาดลั่นราวกับเสียสติ ก่อนฟาดโต๊ะทรงพระอักษรตรงหน้าจนดังปัง ๆ
กองทัพศัตรูกำลังจะบุกเข้าสู่เขตจิงจี้แล้ว!
นครหลวงแห่งราชวงศ์หลีตกอยู่ในภัยคุกคามร้ายแรง
นับแต่กองทัพศัตรูยกทัพมา ราชวงศ์หลียังไม่เคยรบชนะศึกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีแต่สูญเสียเมืองไปไม่หยุดหย่อน
ส่วนกองทัพศัตรูกลับราวกับย่ำเข้าไปในดินแดนไร้ผู้คน!
ยามนี้หวังซู่อยากสังหารคนให้สิ้น
เมื่อเผชิญกับสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของหวังซู่ เหล่าขุนนางต่างก้มหน้าลงด้วยเกรงว่าจะตกเป็นเป้าสายตา
ความเร็วในการยกทัพของศัตรูเหนือจินตนาการของทุกคน
เดิมทีพวกเขายังหวังให้ทหารรักษาการณ์ลู่อี้ฝู่บั่นทอนกำลังหลักของศัตรูไปกว่าครึ่ง รอให้กองทัพหนึ่งหมื่นห้าพันนายที่ถอนกำลังจากด่านหลีซานและเมืองลี่โจวมาถึงลู่อี้ฝู่ ก็จะสามารถโจมตีศัตรูอย่างหนักได้
ผลคือกองทัพศัตรูกลับอ้อมลู่อี้ฝู่ มุ่งหน้าไปทางเขตซ่างชิ่งแทน จู่โจมพวกเขาจนตั้งตัวไม่ทัน
หลังได้รับข่าวที่ชิวซานจวินส่งคนกลับมารายงาน พวกเขาก็เร่งส่งกำลังเสริมสามพันนายไปยังหู่โข่ว
ทว่ามีกำลังเสริมเพียงสามพันนายเท่านั้น
