ทำลายกำแพงเมืองของตนเอง?
ทุกคนต่างมองอวิ๋นเจิงด้วยความฉงน
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ากำแพงเมืองอะไรนั่นหมายถึงสิ่งใด แต่ก็พอเข้าใจความหมายคร่าว ๆ
หรือว่าอวิ๋นเจิงคิดจะยอมตกอยู่ในที่อับจนแล้วค่อยหาทางรอด?
ตู๋กูเช่อขมวดคิ้วแน่น “ท่านอ๋องโปรดอธิบายให้ชัดเจนได้หรือไม่?”
“ย่อมได้!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสียงดังว่า “ก่อนจะอธิบายโดยละเอียด เปิ่นหวังมีข้อตกลงสามประการกับทุกท่าน!”
ข้อตกลงสามประการ?
ทุกคนต่างขมวดคิ้ว
คิ้วของฉินชีหู่แทบจะขมวดเข้าหากันเป็นปม
อวิ๋นเจิงตรงหน้า ดูคล้ายว่าเขาเริ่มไม่รู้จักเสียแล้ว
“ว่ามา!”
ตู๋กูเช่อเงยหน้ามองอวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ข้อแรก สถานการณ์ของเรายามนี้คับขัน ไม่ว่าพวกเจ้าจะคิดอย่างไรกับเปิ่นหวัง จงเก็บเอาไว้ก่อน! เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือฝ่าวงล้อมออกไป!”
ทันทีที่อวิ๋นเจิงกล่าวจบ หลายคนก็ลอบครุ่นคิดอยู่ในใจ
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นเจิงคาดเดาได้แล้วว่าทุกคนคิดอย่างไรกับเขา
ในเมื่อเขาคาดเดาได้ ก็แสดงว่าในใจเขาคงมีความคิดไม่ซื่ออยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ดูท่าพวกเขาทุกคนจะประเมินความทะเยอทะยานของท่านอ๋องผู้นี้ต่ำเกินไป
“ได้!”
ตู๋กูเช่อพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “เรื่องภายในของพวกเรา ค่อยพูดกันภายหลังได้! ยามนี้เป่ยหวนต่างหากคือศัตรูของเรา! ต่อให้พี่น้องร่วมสกุลจะต้องสู้กัน ก็รอขับไล่ศัตรูไปก่อนค่อยว่ากัน!”
เมื่อสิ้นเสียงตู๋กูเช่อ ทุกคนก็พยักหน้าตาม
คำเปรียบเปรยของตู๋กูเช่อนั้นเหมาะสมยิ่ง
เรื่องในบ้าน ย่อมจัดการกันเอง!
ยามนี้ต้องร่วมมือกันต่อต้านศัตรูภายนอกก่อน!
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อทันทีว่า “ข้อสอง เมื่อเปิ่นหวังนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ ทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไข! ระหว่างหารือ หากมีข้อสงสัยย่อมเอ่ยถามได้ แต่คำสั่งในสนามรบ ต่อให้มีข้อสงสัยมากเพียงใดก็ต้องปฏิบัติตาม!”
