ขณะที่จ้าวหลิวเหลียงจับตามอง เรือศัตรูก็เคลื่อนใกล้เข้ามาทุกที
ยามนี้จ้าวหลิวเหลียงทั้งตื่นเต้นและประหม่า
หากเล่าออกไป ผู้อื่นอาจไม่เชื่อว่าแม่ทัพเรืออย่างเขา เพิ่งเคยทำศึกกับกองทัพศัตรูกลางทะเลเป็นครั้งแรก
จะกล่าวว่าเขาไม่ประหม่า ย่อมเป็นเรื่องโกหก
แต่สำหรับเขาและกองทัพเรือ นี่ก็เป็นโอกาสสร้างผลงานเช่นกัน
อวิ๋นเจิงทุ่มเงินจำนวนมากเลี้ยงดูกองทัพเรือ กองทัพเรือย่อมต้องมีผลงานให้ประจักษ์บ้างกระมัง?
นอกจากกองทัพเรือแล้ว ยังมีหน่วยใดในซั่วเป่ยและจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่ไร้ผลงานโดดเด่นอีกเล่า?
ต้นไม้ยังต้องมีเปลือก คนเรายังต้องมีศักดิ์ศรี
ศักดิ์ศรีของกองทัพเรือ มิใช่ให้ผู้อื่นมอบให้ หากต้องช่วงชิงมาด้วยตนเอง!
ใกล้แล้ว!
ใกล้เข้ามาทุกที!
ไม่นานนัก เรือทั้งสองฝ่ายก็เข้าสู่ระยะยิงของอีกฝ่าย
ในที่สุดจ้าวหลิวเหลียงก็มองเห็นชัดว่าบนเรือศัตรูมีคนประเภทใดอยู่บ้าง
คนเกือบครึ่งบนเรือศัตรูไม่มีเกราะ คนเหล่านั้นไว้ทรงผมประหลาด ศีรษะล้านเป็นหย่อม ๆ แต่ตรงกลางกลับเหลือจุกผมเล็ก ๆ ไว้
มองอย่างไรก็ช่างประหลาดนัก
“เล็งเป้า!”
จ้าวหลิวเหลียงหันไปมองทหารที่ควบคุมหน้าไม้ขนาดใหญ่
พวกเขามัดห่อดินระเบิดไว้กับลูกดอกหน้าไม้ขนาดใหญ่แล้ว
ทว่าแม้แต่จ้าวหลิวเหลียงเองก็เพิ่งใช้วิธีเช่นนี้เป็นครั้งแรก จึงไม่รู้เลยว่าลูกดอกที่ผูกห่อดินระเบิดจะยิงได้ไกลเพียงใด
ที่สำคัญคือ ในมือเขามีห่อดินระเบิดเพียงห่อเดียว!
หากห่อดินระเบิดนี้ไม่ตกลงบนเรือศัตรู แผนขับไล่กองทัพศัตรูให้แตกพ่ายก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
