หลังเงียบไปครู่หนึ่ง อวิ๋นเจิงก็ตัดสินใจโยนปัญหาให้ฮ่องเต้เหวิน
“เดิมทีลูกเพียงอยากสยบความโอหังของปันปู้ ไม่ได้คิดจะขอรางวัลพ่ะย่ะค่ะ...”
อวิ๋นเจิงแสร้งทำสีหน้าซื่อ ๆ
ฮ่องเต้เหวินทอดพระเนตรเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดเงียบ ๆ อีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนาน คล้ายฮ่องเต้เหวินจะตัดสินพระทัยได้แล้ว จึงตรัสเสียงขรึมว่า “เช่นนั้น เราจะอนุญาตให้เจ้ามีสิทธิ์รับสมัครทหารประจำจวนเป็นการส่วนตัว!”
ตูม!
สิ้นพระดำรัสของฮ่องเต้เหวิน ทุกคนต่างตื่นตะลึง
อวิ๋นเจิงเองก็มองฮ่องเต้เหวินอย่างโง่งม ทั้งประหลาดใจทั้งยินดีอยู่ในใจ
ทหารประจำจวนที่รับสมัครเอง!
นี่เป็นสิทธิ์ที่มีเพียงรัชทายาทกับอ๋องเท่านั้นที่ครอบครอง!
ตาแก่นี่ถึงกับอนุญาตให้เขารับสมัครทหารประจำจวนเองหรือ?
บัดซบ!
ตาแก่นี่คงมองอะไรออกแล้ว จงใจหยั่งเชิงเขากระมัง?
ความคิดในหัวอวิ๋นเจิงแล่นปราด เขาลอบครุ่นคิดว่าจะตอบตกลงดีหรือไม่
แน่นอนว่าเขาอยากมีสิทธิ์รับสมัครทหารประจำจวนเอง!
แต่ก็ต้องระวังพ่อตาราคาถูกผู้นี้วางกับดักให้เขาด้วย!
หากก้าวพลาด ชีวิตอาจปลิดปลิวได้!
“อึ้งไปแล้วหรือ?”
เห็นอวิ๋นเจิงยืนทำหน้าโง่งมอยู่ตรงนั้น ฮ่องเต้เหวินก็อดขบขันอยู่ในพระทัยไม่ได้
“นี่...”
อวิ๋นเจิงตัดสินใจถอยเพื่อรุก จึงส่ายหน้าซ้ำ ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่เหมาะพ่ะย่ะค่ะ ลูก...ไม่กล้ารับสมัครทหารประจำจวนเอง ลูกก็ไม่รู้วิธีฝึกทหาร ลูก...”
“พอแล้ว!”
ฮ่องเต้เหวินตัดบทอวิ๋นเจิง “เจ้าเพียงกลัวคนกล่าวหาว่าคิดก่อกบฏมิใช่หรือ?”
อวิ๋นเจิงก้มหน้าเงียบ
ข้ากลัวว่าพระองค์กำลังหยั่งเชิงข้าต่างหาก!
อยู่ใกล้ฮ่องเต้ก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ!
“เราจะอนุญาตให้เจ้ามีทหารหนึ่งกอง!”
