หลายวันต่อมา กองทัพอาภรณ์โลหิตที่ตู้กุยหยวนนำทัพกลับมา
เป็นไปตามคาด เผ่าที่อพยพออกจากทุ่งหญ้ามู่หม่าก็กลับมายังทุ่งหญ้ามู่หม่าอีกครั้ง
ทว่าบัดนี้ ในเผ่าเหล่านั้นมีชายฉกรรจ์เพิ่มขึ้นไม่น้อย
ตู้กุยหยวนและพวกเข้าโจมตีสองเผ่า ครั้นสังเกตเห็นว่ากองกำลังของอ๋องเสียนขวากำลังล้อมเข้ามา ก็ถอนกำลังทันที
ระหว่างทางที่ล่าถอย พวกเขายังปะทะกับทหารม้ากลุ่มเล็กของเป่ยหวน และเกือบสังหารคนในกองกำลังนั้นจนหมดสิ้น ฝ่ายตนเองก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายอยู่บ้าง
การโจมตีครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งกองทัพอาภรณ์โลหิต แม้ไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็นับว่าทำได้ดีทีเดียว
หลังเล่าสถานการณ์เกี่ยวกับกองกำลังของป๋อลวนที่สืบทราบมาให้อวิ๋นเจิงฟังแล้ว ตู้กุยหยวนก็เอ่ยด้วยสีหน้าพิกลว่า “องค์ชาย พวกเรายังสืบทราบข่าวสำคัญอีกเรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่ามา”
อวิ๋นเจิงมองตู้กุยหยวนอย่างงุนงง
ข่าวสำคัญก็ข่าวสำคัญสิ!
สีหน้าของตู้กุยหยวนเป็นอะไรไป?
เหตุใดแววตาจึงดูพิกลนัก?
ตู้กุยหยวนหัวเราะแห้งๆ ก่อนเอ่ยต่อ “พวกเราสืบทราบว่า หูเจี๋ยฉานอวี๋ดูเหมือนตั้งใจจะยกเจียเหยาให้เหมิงตู บุตรชายคนรองของป๋อลวน แต่...ท่าทีขององค์หญิงเจียเหยายังไม่แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ”
“พรืด...”
เมื่อได้ยินตู้กุยหยวนกล่าว เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
มิน่าเล่าตู้กุยหยวนถึงได้มีสีหน้าพิกลเช่นนั้น!
ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้นี่เอง!
แม้เจียเหยาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับอวิ๋นเจิง แต่อย่างไรนางก็เคยประกาศต่อหน้าผู้คนมากมายว่ายอมรับอวิ๋นเจิงเป็นสามี!
ถึงทั้งสองจะยังไม่ใช่สามีภรรยากันแม้แต่ในนาม แต่อวิ๋นเจิงก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสามีของเจียเหยาอยู่ดี!
