“หากเป็นเช่นนี้ ภาระการคลังของพวกเราคงหนักหนาไม่น้อย!”
ทัวฮวนขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววกังวล
หากฟู่โจวไม่มีทหารมากมายเพียงนี้ เรื่องก็คงไม่ยากนัก
แต่ทหารในฟู่โจวมากมายถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีเสบียงและเบี้ยหวัดเลี้ยงดู!
งดเก็บภาษีเป็นเวลาหนึ่งปี!
แถมยังงดทั้งภาษีผ้าไหมและภาษีที่นา!
นอกจากภาษีการค้าแล้ว ฟู่โจวก็แทบไม่มีรายได้เข้าคลังอีก
“ไม่เป็นไร”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “กลับไปแล้วข้าจะให้จื่อเอ๋อร์โอนเงินสองล้านตำลึงจากซั่วเป่ยมายังฟู่โจว เจ้าจงนำเงินนี้ไปซื้อเสบียงจากชาวบ้านตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนคลังเสบียง พอดีเราจะอาศัยโอกาสนี้กดราคาธัญพืชในฟู่โจวลงด้วย!”
เมื่อชาวบ้านไม่ต้องจ่ายภาษีที่นา เสบียงที่เก็บไว้ในบ้านย่อมเพิ่มขึ้น
เมื่อมีเสบียงมาก ก็ย่อมต้องนำออกมาแลกเงิน
เช่นนี้มิเท่ากับเกิดตลาดของผู้ซื้อหรอกหรือ?
ถึงเวลานั้น ราคาธัญพืชในฟู่โจวย่อมลดลงได้แน่!
ทัวฮวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “องค์ชายตรัสได้ถูกต้อง ชาวบ้านขายธัญพืชแล้วได้เงินมา ย่อมมีเงินทองในมือคล่องขึ้น และคงต้องการซื้อสิ่งของอื่น ๆ ด้วย!”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ การค้าขายในฟู่โจวย่อมรุ่งเรืองขึ้น!”
“เมื่อการค้ารุ่งเรือง ภาษีการค้าของพวกเราก็ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก”
“เมื่อคหบดีทั้งหลายมีเงินในมือมากขึ้น ผู้ที่ซื้อเกลือบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว และสิ่งของอื่น ๆ จากซั่วเป่ยก็ย่อมเพิ่มขึ้นตาม”
“วนไปวนมา เงินทองก็กลับมาอยู่ในมือพวกเราอีก...”
ได้ฟังทัวฮวนกล่าวเช่นนั้น อวิ๋นเจิงก็อดหัวเราะอย่างจนคำพูดไม่ได้
นี่แหละคือการหมุนเวียนภายใน!
สมแล้วที่เป็นเสนาบดีใหญ่แห่งกุ่ยฟาง
ความคิดปราดเปรื่องจริง ๆ!
“เช่นนั้นก็ตามนี้!”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “เจ้าไปจัดการธุระก่อนเถิด”
