ผิงจี๋
เจียเหยาบีบให้กำลังพลสี่พันนายยอมจำนนได้แล้ว
เมื่อพวกเขาหันกลับมามุ่งหน้าไปยังผิงจี๋อีกครั้ง กองทัพศัตรูที่ก่อนหน้านี้ยึดผิงจี๋ไว้ก็รีบถอยกลับไปหลบอยู่ในเมืองหู่โข่ว
เจียเหยาได้รับข่าวสารที่อวิ๋นเจิงส่งมาผ่านเหยี่ยวขาว
เจียเหยากำกระดาษแผ่นน้อยในมือ พลางส่ายหน้าแล้วยิ้มออกมา
เจ้าคนสารเลวผู้นี้!
ช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง!
กลอุบายชั่วร้ายเช่นใดก็คิดออกมาจนได้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นนางก็เติมเชื้อไฟเข้าไปอีกหน่อยแล้วกัน!
คิดได้ดังนั้น เจียเหยาก็สั่งฉีฉีเก๋อทันทีว่า “ส่งคนไปตามผางจิ้นจิ่วมาเข้าเฝ้าโดยเร็ว!”
“รับคำ!”
ไม่นานนัก ผางจิ้นจิ่วก็มารับคำสั่ง
“เจ้านำทหารม้าเบาสามพันนายบุกตะลุยเข้าไปในเขตต้าอาน!”
“จำไว้ เมืองใหญ่ห้ามแตะต้อง หากพบเมืองเล็กที่ใด ตีได้ก็ให้ตี ตีไม่ได้ก็ไปเลือกจัดการพวกที่อ่อนแอกว่า!”
“เป้าหมายของพวกเจ้าไม่ใช่การสังหารข้าศึกให้ได้มากมาย หรือยึดเมืองให้ได้กี่แห่ง แต่ต้องสร้างความหวาดกลัวให้แก่ทุกเมืองในเขตต้าอาน และพยายามผลักดันให้ชาวต้าอานหนีไปยังเขตจิงจี้มากขึ้น!”
“ให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งวันจัดเตรียมเสบียงแห้ง ส่วนเสบียงหลังจากนั้น จงหาทางกันเอาเอง!”
“อีกเรื่องหนึ่ง จงปล่อยข่าวว่าเกาเฉวียนส่งคนมาเจรจาลับกับพวกเรา แต่อย่าให้เห็นชัดเกินไป...”
เจียเหยากล่าวรวบรัด ก่อนออกคำสั่งอย่างฉับไว
“รับคำ!”
ผางจิ้นจิ่วรับคำทันที แววตาฉายประกายตื่นเต้นอยู่ราง ๆ
ก่อนหน้านี้เขารับคำสั่งให้บุกโจมตีซ่างเหอ หลังจากนั้นก็เฝ้ารักษาซ่างเหอมาโดยตลอด ไม่ได้เข้าร่วมศึกหลายครั้ง พลาดโอกาสสร้างความชอบไปไม่น้อย
บัดนี้ในที่สุดก็มีโอกาสสร้างความชอบแล้ว เขาย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา
