อีกสนามรบหนึ่ง
กองทัพแปดพันนายที่อวิ๋นเจิงกับฉินชีหู่นำทัพ ต่างประจันหน้ากับทหารกว่าห้าพันนายของไห่เจ๋อ ห่างกันไม่ถึงสิบลี้
หน่วยลาดตระเวนสืบทราบแล้วว่า กองทัพอีกส่วนหนึ่งของศัตรูเข้าปะทะกับกองกำลังของป๋อลวนแล้ว
ส่วนทัพที่มาสกัดพวกเขาในยามนี้ มีทหารอยู่เพียงไม่กี่พันนาย
“เหตุใดจึงมีคนเพียงเท่านี้?”
อวิ๋นเจิงหมุนคอ เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “มีคนแค่นี้ก็คิดจะสกัดพวกเราหรือ?”
“น้องชาย อย่าประมาทเป็นอันขาด!”
ฉินชีหู่กล่าวอย่างจริงจัง “แม้สิงโตล่ากระต่ายยังต้องทุ่มกำลังทั้งหมด! กองทัพส่วนนี้น่าจะเป็นกำลังชั้นยอดของเป่ยหวน พวกเราต้องทุ่มกำลังทั้งหมด!”
“วางใจเถิด ข้าทุ่มกำลังทั้งหมดเป็นแน่!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า ก่อนหัวเราะลั่น “ส่วนเรื่องยอดฝีมือหรือ? ข้าก็เล่นงานพวกยอดฝีมือนี่แหละ!”
ดูแคลนศัตรูในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ให้ความสำคัญกับศัตรูในเชิงยุทธวิธี!
ฉินชีหู่อึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะลั่นตาม “ถูกต้อง พวกเรามุ่งจัดการกำลังชั้นยอดของเป่ยหวน!”
อวิ๋นเจิงออกคำสั่งทันที “สั่งอวี๋จู้ นำทหารสองพันนายไปยังปีกซ้าย คอยยิงรบกวนจากปีกซ้าย! ส่งคำสั่งให้เสิ่นลั่วเยี่ยนเร่งเข้ามาสมทบกับทัพเรา ให้โจมตีศัตรูจากปีกขวา และคอยจับตาความเคลื่อนไหวของทัพอีกสายหนึ่งของศัตรูไว้ทุกเมื่อ!”
“รับคำสั่ง!”
ทหารส่งสารวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉินชีหู่ทอดสายตามองกองทัพศัตรูเบื้องหน้า ก่อนกล่าวกับอวิ๋นเจิงว่า “น้องชาย บาดแผลของเจ้ายังไม่หายดี จงนำองครักษ์คอยบัญชาการอยู่ที่นี่เถิด ให้พี่นำทัพบุกสังหารเองก็พอ!”
