หลังผ่านพ้นช่วงเวลาอ่อนหวานแนบชิด เมี่ยวอินก็จากไปก่อน
แม้นางจะเร่าร้อนและกล้าหาญ แต่ก็ไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนพร้อมกับอวิ๋นเจิง
มิฉะนั้น ต่อให้เสิ่นลั่วเยี่ยนไม่กล้าพูดออกมา คนอื่นก็ต้องคิดฟุ้งซ่านเป็นแน่
อวิ๋นเจิงแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน หวนรำลึกถึงรสชาติอันแสนวิเศษเมื่อครู่ สีหน้าเปี่ยมสุข
นี่ต่างหากที่เรียกว่าชีวิต!
หากไม่ใช่เพราะเรื่องวุ่นวายของเป่ยหวน ทั้งยังถูกเจ้าสามนั่นคอยจ้องเล่นงาน ใครเล่าจะอยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องพรรค์นี้!
ได้พาสตรีของตนท่องเที่ยวชมขุนเขาลำน้ำทุกวัน มิใช่ดีกว่าหรือ?
จัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว!
ทั้งได้ข้ามภพมา หากไม่เสพสุขกับความรุ่งเรืองในโลกมนุษย์ให้เต็มที่ก็น่าเสียดายเกินไป
เมื่ออวิ๋นเจิงสวมเสื้อผ้าเสร็จและไปหาเสิ่นลั่วเยี่ยนกับพวกนาง เขายังเดินไปไม่ถึง เสิ่นลั่วเยี่ยนก็ถลึงตามองมาอย่างดุดัน ริมฝีปากเล็กขยับพึมพำ
แม้นางไม่เปล่งเสียง แต่อวิ๋นเจิงก็มองออกจากรูปปากว่านางกำลังพูดอะไร
ไร้ยางอาย!
เอาเถิด!
เขายอมรับว่าเรื่องวันนี้ไร้ยางอายอยู่สักหน่อยจริง ๆ
แต่ก็ช่างสุขสมนัก!
วันหน้าหากมีโอกาส ต้องพาแม่นางเสิ่นลั่วเยี่ยนผู้นี้มาทำเรื่องไร้ยางอายสักครั้ง!
อืม ควรพาสตรีของตนมาด้วยให้หมด
มังกรหนึ่งตัวหยอกเย้าหงส์หลายตัว!
ฮ่า ๆ!
ข้าช่างชั่วร้ายเสียจริง!
อวิ๋นเจิงเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พวกเราไปหว่านเมล็ดผักที่ข้านำมาด้วยกันเถิด!”
“ไม่ไป!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
อวิ๋นเจิงกะพริบตา “เจ้าไม่อยากกินผักที่หว่านเมล็ดด้วยตนเองสักวันหรือ?”
