“ฝ่าบาทคิดว่าหม่อมฉันในยามนั้นกล้าเสี่ยงเดิมพันหรือเพคะ?”
พระสนมจิ้งแย้มยิ้มอย่างสงบนิ่ง “รัชทายาทองค์ก่อนของฝ่าบาทเพิ่งสิ้นพระชนม์ หากองค์ชายสามถูกลากออกมาอีกคน ฝ่าบาทจะไม่ทรงสงสัยหรือเพคะว่ามีผู้อื่นลอบร่วมมืออยู่เบื้องหลัง หมายชุบมือเปิบจากเรื่องนี้?”
เดิมทีนางคิดจะค่อย ๆ เปิดโปงเรื่องที่อวิ๋นลี่ใส่ร้ายรัชทายาทองค์ก่อน
ถึงเวลานั้น องค์ชายเก้าก็คงเติบโตขึ้นอีกหน่อย
หากฮ่องเต้เหวินปลดอวิ๋นลี่จากตำแหน่งรัชทายาทอีกครั้ง โอกาสที่จะแต่งตั้งองค์ชายเก้าขึ้นเป็นรัชทายาทก็ย่อมมีมากขึ้น
ทว่าเมื่อฮ่องเต้เหวินมีรับสั่งให้อวิ๋นลี่สำเร็จราชการแทน ความคิดของนางก็พลันมอดดับลงโดยสิ้นเชิง
ฮ่องเต้เหวินอ้าพระโอษฐ์เล็กน้อย แต่กลับตรัสไม่ออกในทันที
ดูท่าพระสนมจิ้งจะเข้าใจพระองค์ดีจริง ๆ!
ใช่แล้ว!
หากองค์ชายใหญ่เพิ่งสิ้นพระชนม์ แล้วองค์ชายสามถูกลากออกมาอีกคน พระองค์ย่อมสงสัยว่ามีผู้อื่นร่วมวางแผนใส่ร้ายองค์ชายใหญ่ในคดีกบฏ
เมื่อสืบสวนอย่างละเอียด พระสนมจิ้งคงปิดบังตัวเองไว้ไม่อยู่
หากพระองค์เป็นพระสนมจิ้ง ก็คงไม่ปล่อยให้คนของตนผลุนผลันออกมาเช่นกัน
“เราจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย!”
ฮ่องเต้เหวินสูดพระปัสสาสะลึก ตรัสเสียงขรึมว่า “เจ้าเป็นธิดาของรัชทายาทหย่งซีจริงหรือ?”
“คำถามนี้ยังสำคัญหรือเพคะ?”
พระสนมจิ้งย้อนถาม
ไม่ว่านางจะเป็นธิดาของรัชทายาทหย่งซีหรือไม่ ก็ยากจะหนีพ้นความตาย
อำนาจที่นางทุ่มเทวางแผนสร้างขึ้นมา ก็จะถูกถอนรากถอนโคนไปด้วย!
“ไม่สำคัญ”
ฮ่องเต้เหวินส่ายพระพักตร์เบา ๆ “เราเพียงอยากรู้ว่า ก่อนที่เจ้าจะพบเรา เจ้าเป็นธิดาของรัชทายาทหย่งซีอยู่แล้ว หรือเพิ่งกลายเป็นธิดาของเขาหลังจากให้กำเนิดองค์ชายเก้าแก่เรา!”
ขณะตรัส ฮ่องเต้เหวินก็อดหวนนึกถึงภาพแรกที่ได้พบพระสนมจิ้งไม่ได้
ภาพนั้นช่างงดงามเพียงใด!
