ยามเย่จื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ จึงพบว่ามีคนยืนล้อมอยู่รอบห้อง
ทว่าเย่จื่อกวาดตามองไปรอบหนึ่ง กลับไม่เห็นลูกของตน
“สามี ขอโทษ ข้าไร้ความสามารถ ปกป้องลูกของพวกเราไว้ไม่ได้…”
เย่จื่อยังพูดไม่ทันจบก็สะอื้นจนเอ่ยต่อไม่ออก น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
เมื่อเห็นท่าทางของเย่จื่อ เสิ่นลั่วเยี่ยนก็อดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ คนในห้องต่างพากันหัวเราะตาม
เสียงหัวเราะของพวกเขาทำให้เย่จื่อมึนงงไปทันที
“ไม่ต้องกังวลแล้ว พักฟื้นให้ดีเถิด”
อวิ๋นเจิงกุมมือเย่จื่อไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ลูกไม่เป็นไร ข้าให้แม่นมอุ้มลูกสาวของพวกเราไปให้นมแล้ว”
“ลูกของพวกเราปลอดภัยแล้วหรือ”
น้ำตาของเย่จื่อหยุดไหลฉับพลัน นางมองอวิ๋นเจิงอย่างยินดี “ข้า…ข้าอยากเห็นลูกของพวกเรา”
“ได้ ๆ…”
อวิ๋นเจิงรู้ดีว่าหากไม่ให้เย่จื่อเห็นลูก นางย่อมไม่วางใจแน่
เขาจึงให้ซินเซิงไปตามแม่นมมาทันที
ไม่นานนัก แม่นมก็อุ้มเด็กน้อยที่เพิ่งกินนมเสร็จเข้ามา
เจ้าตัวน้อยอิ่มหนำสำราญ ในที่สุดก็หลับไป
แม่นมประคองเด็กน้อยเข้ามาใกล้เย่จื่ออย่างระมัดระวัง “ฮูหยินจื่อ รีบดูเถิด เด็กหน้าตางดงามเหมือนท่าน โตขึ้นต้องเป็นหญิงงามอย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นบุตรสาวนอนหลับอย่างเป็นสุข ดวงตาของเย่จื่อก็เอ่อคลอด้วยน้ำตาอีกครั้ง
เย่จื่อลูบแก้มของลูกเบา ๆ แล้วถามอวิ๋นเจิงว่า “ตั้งชื่อให้ลูกแล้วหรือยัง”
“ไม่ต้องให้ข้าตั้งหรอก”
อวิ๋นเจิงยิ้มกล่าวว่า “เสด็จพ่อทรงตั้งชื่อไว้ตั้งนานแล้ว อวิ๋นจิ่น! จิ่นที่หมายถึงความงดงามของขุนเขาและสายน้ำ!”
