รุ่งสางวันถัดมา เจียเหยากับอวี๋ซื่อจงส่งกำลังพลออกไปรบกวนกองทัพเผ่าหมาน
ขณะเดียวกัน เจียเหยาก็ส่งคนไปแจ้งกู่เก๋อ ให้จับตาสถานการณ์ทางฝั่งนั้นไว้
หากทหารแตกทัพของเผ่าหมานบุกจู่โจมไปทางราชสำนักเป่ยหวน พวกเขาต้องสกัดทหารเหล่านั้นไว้ให้ได้ ห้ามปล่อยให้บุกเข้าไปในราชสำนักเป่ยหวนเด็ดขาด
อวิ๋นเจิงนำกองทหารองครักษ์ร่วมกับกองกำลังหลักไปซุ่มโจมตีในหุบเขา ซึ่งอยู่ห่างจากค่ายใหญ่ราว 40 ลี้
ขอเพียงทหารม้าชั้นยอดที่ส่งไปรบกวนล่อกองทัพเผ่าหมานเข้ามาในวงล้อม แม้กำลังพลของพวกเขาจะด้อยกว่ากองทัพเผ่าหมานมาก ก็เพียงพอจะทำให้พวกนั้นต้องเจ็บหนัก
ลมหนาวพัดหวีดหวิว แม้พวกเขาจะห่มเสื้อผ้าหนาแน่น ทว่าก็ยังสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นเป็นระลอก
ขนรอบปากม้าศึกจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งไปหมดแล้ว
คนไม่น้อยหนาวจนมือเท้าแข็งทื่อ ได้แต่กระโดดลงจากหลังม้า ขยับแขนขาที่แข็งเกร็งอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อไม่ให้ถึงคราวเผ่าหมานบุกมาแล้วแม้แต่อาวุธยังจับไม่มั่น
สภาพของอวิ๋นเจิงเองก็มิได้ดีกว่าเหล่าทหารทั่วไปนัก
เดิมทีฉินชีหู่กับพวกเสนอว่าจะสร้างกระท่อมหิมะให้อวิ๋นเจิงเข้าไปหลบลม ทว่าเขาปฏิเสธ
ทหารตั้งมากมายยังฝืนทนความหนาวอยู่ข้างนอก เขาจะกล้าหลบอยู่ในกระท่อมหิมะได้อย่างไร!
ขณะที่ทุกคนกำลังหนาวสั่นงันงก กองทหารส่งข่าวกลุ่มหนึ่งก็ควบม้ามาถึงอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงตรงหน้าอวี๋ซื่อจงผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ ทหารส่งข่าวก็พลิกตัวลงจากหลังม้าอย่างว่องไว ก่อนรายงานว่า “เรียนแม่ทัพอวี๋ กองกำลังรบกวนของเราถูกกองทัพศัตรูโต้กลับ สูญเสียกำลังพลไปกว่าสองร้อยนาย...”
“อะไรนะ?”
สีหน้าอวี๋ซื่อจงเปลี่ยนไปฉับพลัน “เกิดเรื่องอันใดขึ้น? มิใช่สั่งแล้วหรือว่าห้ามเข้าปะทะประชิดตัวกับข้าศึก?”
