เมื่อได้ฟังคำของอวิ๋นเจิง เปลือกตาอาสือน่ากระตุกวูบ
“ข้าน้อยโง่เขลา ไม่ทราบว่าอ๋องจิ้งเป่ยหมายความเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?”
อาสือน่าถามอย่างระมัดระวัง ใจคอไม่ดี
“ยังไม่ยอมพูดความจริงอีกหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง ๆ “คนที่พวกเจ้าส่งไปขอความช่วยเหลือจากเป่ยหวน ถูกคนของข้าจับตัวกลับมาแล้ว เจ้าอยากพบพวกเขาหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าอาสือน่าพลันเปลี่ยนไป
คนที่ส่งไปขอความช่วยเหลือจากเป่ยหวน ถูก... ถูกจับตัวแล้วหรือ?
เช่นนั้นมิใช่หมายความว่าพวกเขาหมดหวังพึ่งพาเป่ยหวนโดยสิ้นเชิงแล้วหรือ?
ทว่าได้ยินมาว่าอ๋องจิ้งเป่ยผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก
เขาคงมิได้กำลังหลอกตนอยู่กระมัง?
อีกอย่าง ต้าเฉียนก็มิได้ตั้งกองทหารอยู่ทางนั้น จะจับคนของพวกเขาได้อย่างไร?
อวิ๋นเจิงต้องกำลังหลอกเขาเป็นแน่!
ใช่แล้ว ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน!
อาสือน่าครุ่นคิดอยู่ในใจ ก่อนรีบประสานมือคำนับ “ขออ๋องจิ้งเป่ยโปรดพิจารณาให้กระจ่าง พวกเรามิได้ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเป่ยหวน อาจมีคนแอบอ้างเป็นคนของพวกเรา...”
“ยังไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ?”
อวิ๋นเจิงแค่นเสียงเบา ๆ แล้วส่งสายตาให้ลู่ซิงอีกครั้ง
ลู่ซิงเข้าใจความหมาย จึงเดินออกจากห้องไปทันที
ไม่นานนัก ลู่ซิงก็พาชายคนหนึ่งที่ถูกมัดมือเข้ามา
ร่างกายของชายผู้นั้นมอมแมม ดูน่าเวทนายิ่งนัก
แต่อาสือน่ากลับจำคนผู้นี้ได้ทันที
นี่มิใช่หัวหน้าคณะที่ถูกส่งไปขอความช่วยเหลือจากเป่ยหวนหรอกหรือ?
พวกเขาถูกจับมาจริง ๆ หรือ?
“ตุบ...”
ขาทั้งสองข้างของอาซืออ่อนยวบ เขาทรุดเข่าลงกับพื้น ร้องคร่ำครวญว่า “ขออ๋องจิ้งเป่ยโปรดอภัยโทษ!”
คนถูกจับมาถึงที่แล้ว
เขาอยากปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้อีก
