หลังพักผ่อนที่อู่หยางหนึ่งคืน คณะเดินทางก็ออกเดินทางต่อ
เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเจิงส่งตู้กุยหยวนกับพวกไปผลัดกันปราบโจร เสิ่นลั่วเยี่ยนก็อดรนทนไม่ไหว ยืนกรานจะพากององครักษ์ที่ประกอบด้วยบ่าวชายและสาวใช้ของสกุลเสิ่นไปฝึกซ้อมด้วย
“ไม่ได้!”
อวิ๋นเจิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “หน้าที่ของพวกเจ้าคือคุ้มครองความปลอดภัยของข้า ข้าอยู่ที่ใด พวกเจ้าก็ควรอยู่ที่นั่น นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าควรไปสอดมือ!”
“เหตุใดถึงไม่ได้?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนฉุนเฉียว “พวกเขาต้องคุ้มครองท่าน ก็ต้องได้เห็นเลือดเสียบ้างมิใช่หรือ?”
“บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!” อวิ๋นเจิงไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับเสิ่นลั่วเยี่ยน “อยู่กับกองทัพใหญ่ให้ดี อย่าเที่ยวไปสอดมือ!”
“ข้าจะไปเสียอย่าง!” เสิ่นลั่วเยี่ยนเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ “ถึงอย่างไรท่านก็ขวางข้าไม่ได้!”
“ข้าขวางเจ้าไม่ได้จริง ๆ”
อวิ๋นเจิงพยักหน้ายิ้ม “หากเจ้ายืนกรานจะไป ข้าก็ไม่ห้าม! แต่เมื่อถึงซั่วเป่ยแล้ว เจ้าก็จงเป็นพระชายาของเจ้าอย่างสงบ อย่าคิดหวังว่าจะได้บัญชาทัพอีกตลอดกาล”
“เจ้า...”
เสิ่นลั่วเยี่ยนโกรธจนตาเบิกกว้าง จ้องอวิ๋นเจิงเขม็ง
เจ้าคนสารเลว!
ถึงกับกล้าเอาเรื่องนี้มาข่มขู่นางหรือ?
สารเลว!
สารเลวตายชัก!
เสิ่นลั่วเยี่ยนด่าทออยู่ในใจ อยากกระชากอวิ๋นเจิงลงจากม้าแล้วทุบตีเขาสักยก
อวิ๋นเจิงไม่สนใจสายตาขุ่นเคืองของเสิ่นลั่วเยี่ยน หันไปสั่งตู้กุยหยวนกับพวกที่จัดขบวนใหม่เสร็จแล้วให้ออกเดินทางโดยเร็ว
ตู้กุยหยวนกับอวี๋ซื่อจงส่งสายตาจนปัญญาให้เสิ่นลั่วเยี่ยน ก่อนนำทหารม้าฝีมือดีห้าร้อยนายแยกออกจากกองทัพใหญ่โดยเร็ว
เสิ่นลั่วเยี่ยนขี่ม้าไปอีกทางอย่างขุ่นเคือง ไม่อยากพูดกับอวิ๋นเจิงแม้แต่คำเดียว
