“ก๊อก ๆ ๆ…”
ฟ้ายังไม่ทันสาง อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินก็ถูกเสียงเคาะประตูรัวเร่งปลุกให้ตื่น
“กราบทูลท่านอ๋อง กองกำลังของแม่ทัพหลี่ซิ่วส่งคนมาขอเข้าเฝ้า บอกว่ามีข่าวสำคัญ ต้องการมอบให้ท่านอ๋องด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงทหารองครักษ์ที่เข้าเวรยามดังมาจากนอกประตู
“ให้เขารอสักครู่ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นเจิงตอบ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
เมี่ยวอินที่ถูกปลุกตื่นลุกขึ้นตาม คิดจะช่วยอวิ๋นเจิงแต่งตัว
“เจ้านอนต่อเถิด ข้าจะไปดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น”
อวิ๋นเจิงตบไหล่เมี่ยวอินเบา ๆ พลางสวมเสื้อผ้าด้วยตนเอง
“เขาบอกว่ามีข่าวสำคัญ ข้าจะยังนอนหลับได้อย่างไร?”
เมี่ยวอินส่ายหน้าแล้วยิ้ม “ท่านไปดูก่อนเถิด ข้าแต่งตัวเสร็จแล้วจะตามไป”
“ได้”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า พลางเร่งแต่งตัว
ไม่นานนัก อวิ๋นเจิงที่แต่งกายเรียบร้อยก็ออกมาด้านนอก
“คารวะท่านอ๋อง!”
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิง ทหารที่มาส่งข่าวก็รีบคำนับ
“ไม่ต้องมากพิธี!”
อวิ๋นเจิงโบกมือเบา ๆ “มีข่าวสำคัญอันใด ถึงต้องนำมามอบให้ข้าด้วยตนเอง?”
ทหารยื่นจดหมายในมือให้อวิ๋นเจิงทันที
อวิ๋นเจิงรับมาแล้วเปิดอ่าน
เมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมาย อวิ๋นเจิงก็อดชะงักงันไม่ได้
ชั่วพริบตาถัดมา อวิ๋นเจิงก็เก็บจดหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนถามเสียงขรึมว่า “ใครเป็นคนมอบจดหมายให้เจ้า?”
“ข้าน้อยไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
ทหารส่ายหน้า “พวกข้าน้อยรับคำสั่งจากแม่ทัพหลี่ให้คุ้มกันผู้แทนพระองค์ของราชสำนัก พวกเขาเพิ่งเข้าพักที่อำเภอเป่าฉวนได้ไม่นาน คนของเราก็เก็บจดหมายฉบับนี้ได้…”
เก็บได้อย่างนั้นหรือ?
