รุ่งสางวันถัดมา อวิ๋นเจิงก็ออกจากสันเขาจวี้ฉือ
ครานี้จางซวีจะเดินทางกลับซั่วฟางพร้อมพวกเขาด้วย
ยามที่พวกเขาออกจากสันเขาจวี้ฉือ ทหารส่งสารก็ถือจดหมายที่เขาเขียนด้วยตนเองออกเดินทางไปก่อนแล้ว คำสั่งถึงฟู่เทียนเหยี่ยนก็ถูกส่งออกไปเช่นกัน
เรื่องของจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือยังคงต้องมอบให้ตู๋กูเช่อกับคนอื่น ๆ จัดการเป็นหลัก
เขาเพียงกำหนดทิศทางใหญ่ให้ชัดเจนก็พอ
ระหว่างเดินทางกลับ คณะทูตซีฉวีก็ออกจากเมืองหลวงต้าเฉียนเช่นกัน
วันถัดจากที่คณะทูตซีฉวีออกจากเมืองหลวงต้าเฉียน ก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในวังหลวง
อวิ๋นลี่ซึ่งกำลังเป็นประธานการประชุมขุนนางในท้องพระโรงถูกบีบให้ยุติการประชุม ก่อนเร่งรุดไปยังตำหนักฉางหนิงที่ฮองเฮาสวีประทับอยู่
เมื่อมาถึงตำหนัก เขาจึงพบว่าฮ่องเต้เหวินกับกู้ซิวและบุตรสาวก็อยู่ที่นั่นด้วย
เบื้องหน้าพวกเขามีนางกำนัลคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่
นางกำนัลผู้นี้เป็นคนรับใช้ของหยางจิน พระสนมหว่านผินขององค์รัชทายาท และเป็นนางกำนัลที่ซีฉวีส่งมาเป็นสินเดิมด้วย
อวิ๋นลี่เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในใจ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรมาก ก็รีบคำนับฮ่องเต้เหวินกับฮองเฮาสวี “ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อและเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เหวินเหลือบมองอวิ๋นลี่อย่างเฉยชา ก่อนส่งสายตาให้ขันทีที่อยู่ข้างกาย
ขันทีเข้าใจความหมาย จึงรีบถือถาดมาคุกเข่าตรงหน้าอวิ๋นลี่ ประคองถาดด้วยสองมือยื่นส่งให้
ในถาดมีห่อผ้าเล็ก ๆ อยู่หนึ่งห่อ
“รู้หรือไม่ว่านี่คือสิ่งใด?”
ฮ่องเต้เหวินถามอวิ๋นลี่ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
อวิ๋นลี่เหลือบมองห่อผ้าเล็กนั้น “ลูก...ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้างในคือยาพิษ!”
ฮองเฮาสวีเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อะไรนะ?
ยาพิษหรือ?
สีหน้าอวิ๋นลี่แปรเปลี่ยนฉับพลัน เมื่อมองนางกำนัลทั้งสี่ที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวก็ผุดขึ้นในใจ
