หลังจากฟังสตรีทั้งสามเล่า อวิ๋นเจิงก็เข้าใจสถานการณ์ในที่สุด
ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ปะทะกับคนที่ซุ่มโจมตีโดยตรง
เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณใกล้จุดซุ่มโจมตีของฝ่ายศัตรู คนที่ออกไปสำรวจเส้นทางสังเกตเห็นได้อย่างเฉียบไวว่าที่นั่นเป็นจุดซุ่มโจมตีชั้นดี จึงพาคนไปตรวจดูทันที
ตอนที่พวกเขาเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายเพิ่งถอนกำลังไปได้ไม่นาน ร่องรอยบนพื้นดินล้วนยังใหม่อยู่
คนของพวกเขาจึงไล่ตามไปทันที ทว่ามองเห็นเพียงเงาร่างไม่กี่ร่างที่รั้งท้ายอยู่ลิบ ๆ ยังพอเห็นว่าคนเหล่านั้นถือหน้าไม้แรงสูง อาวุธยุทโธปกรณ์น่าจะประณีตทีเดียว
คนกลุ่มนั้นถอยร่นอย่างเด็ดขาดยิ่ง คนของพวกเขาจึงไล่ตามไม่ทันในท้ายที่สุด
จากร่องรอยการซุ่มซ่อนที่หลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ คาดว่าผู้ลงมือมีราวหนึ่งร้อยคน อีกทั้งต้องเป็นคนที่ฝึกฝนมาอย่างดีแน่นอน
ก่อนหน้านี้ต่อหน้าบ่าวไพร่ในจวนอ๋อง เสิ่นลั่วเยี่ยนไม่สะดวกจะพูดเรื่องนี้ จึงโกหกไปว่าระหว่างทางไม่พบเหตุการณ์ใด
“หน้าไม้แรงสูงหรือ?”
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้ว “ดูท่าแล้ว คงเป็นพี่น้องไม่กี่คนของข้าในเมืองหลวงจริง ๆ!”
ราชวงศ์ต้าเฉียนไม่ควบคุมการใช้ธนู แต่ควบคุมหน้าไม้กำลังสูง
คนทั่วไปแทบไม่มีทางหาหน้าไม้แรงสูงมาได้
แต่หากเป็นองค์ชาย การจะหาหน้าไม้แรงสูงมาย่อมง่ายดาย
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”
เมี่ยวอินพยักหน้าเบา ๆ “คนกลุ่มนี้ระมัดระวังอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าซุ่มอยู่ที่นั่นมานานแล้ว แต่พอเห็นกองกำลังของพวกเราจากระยะไกล ก็เลือกหลบหนีทันที ไม่ลังเลแม้แต่น้อย”
