ซินเซิงประหม่าอย่างยิ่ง ถึงกับไม่รู้ว่าควรวางมือไว้ที่ใด ใบหน้าแดงก่ำราวกับโลหิตจะหยดออกมา
เมื่อเห็นท่าทางของสาวน้อยเช่นนี้ อวิ๋นเจิงก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
ชั่วขณะถัดมา อวิ๋นเจิงก็โอบซินเซิงเข้ามาในอ้อมแขน ให้นางพิงอกตน
ซินเซิงสะดุ้งไปทั้งร่าง แข็งค้างไปทุกส่วน ในสมองว่างเปล่าไปหมดแล้ว
“จะประหม่าไปไย?”
อวิ๋นเจิงตบศีรษะซินเซิงเบา ๆ “ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ให้เจ้าช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้เปิ่นหวัง เปิ่นหวังก็ถือว่าเจ้าเป็นสตรีของตนแล้ว...”
ทว่า ซินเซิงไม่ได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิงเลย
ในหัวของนางมึนงงไปหมด ไม่กล้าเชื่อว่าความสุขจะมาถึงอย่างกะทันหันเช่นนี้ ถึงกับสงสัยว่าตนกำลังฝันอยู่หรือไม่
นางไม่กล้าขยับและไม่กล้าพูด กลัวว่าหากขยับเพียงนิดเดียวจะตื่นจากฝัน
“ข้าพูดอยู่ เจ้าได้ฟังบ้างหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงตบศีรษะซินเซิงเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนก้มมองนางที่ซุกศีรษะอยู่แนบอก
คราวนี้ซินเซิงจึงได้สติราวกับตื่นจากฝัน ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างหวาดหวั่น แอบมองอวิ๋นเจิงแวบหนึ่ง
เมื่อสบสายตาอวิ๋นเจิง ซินเซิงก็รีบก้มหน้าซุกลงทันที ราวกับลูกกวางที่ตกใจ
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างจนใจ “เอาเถิด เช่นนั้นก็นอนซบข้าอยู่อย่างนี้เถิด!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็หลับตาพักผ่อนเช่นกัน
สาวน้อยผู้นี้ช่างเหลือเกิน
ยามที่ตนเปลือยกาย นางก็เคยเห็นมาแล้ว ยังจะเขินอันใดอีก!
ซินเซิงซบอยู่บนอกอวิ๋นเจิงเช่นนั้นครู่หนึ่ง ทว่าหัวใจก็ยังเต้นระรัวไม่หยุด
ครู่ต่อมา ซินเซิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงหลับตาพักผ่อน ซินเซิงลังเลอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าเอ่ยว่า “บ่าว...ช่วยถอดอาภรณ์ให้ท่านอ๋องดีหรือไม่?”
