เที่ยงวันถัดมา อวิ๋นเจิงเลี้ยงเมี่ยวอินที่หอเต๋อเยว่
ตอนเขาเข้าพิธีอภิเษกสมรส เมี่ยวอินก็ส่งของขวัญมาให้เช่นกัน
เขาสมควรเลี้ยงเมี่ยวอินสักมื้อเป็นการตอบแทน
ที่สำคัญที่สุดคือ เขายังคงสงสัยในตัวตนของเมี่ยวอิน
เขาคิดจะฉวยโอกาสนี้หยั่งเชิงเมี่ยวอินดู
ตอนเขาเข้าพิธีอภิเษก เมี่ยวอินฝากจางซวีให้นำของขวัญมามอบให้ ไม่รู้ว่าต้องการประจบองค์ชายอย่างเขา หรือมีแผนการอื่น
อย่างไรก็ดี เขารู้สึกว่าเมี่ยวอินไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น
“เมี่ยวอินคารวะท่านอ๋อง”
เมี่ยวอินก้าวเข้ามาในห้องก็ทำความเคารพอวิ๋นเจิง
เรื่องที่ฮ่องเต้เหวินแต่งตั้งอวิ๋นเจิงเป็นอ๋องเป็นกรณีพิเศษ ได้ประกาศให้ทั่วหล้ารับรู้แล้ว เมี่ยวอินย่อมรู้เรื่องที่อวิ๋นเจิงได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องจิ้งเป่ยเช่นกัน
“คุณหนูเมี่ยวอินไม่ต้องมากพิธี”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างไม่วางท่า “ข้ายังชินกับการให้คนเรียกองค์ชายหกมากกว่า หากเดินอยู่บนถนนแล้วมีใครตะโกนเรียกท่านอ๋องขึ้นมา ข้าคงไม่รู้ว่าเรียกข้า”
“เช่นนั้นขอบพระทัยเพคะ” เมี่ยวอินส่ายหน้ายิ้ม แล้วกล่าวต่อ “ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับองค์ชายด้วยเพคะ! การแต่งตั้งอ๋องเป็นกรณีพิเศษเช่นนี้ นับเป็นครั้งแรกในราชวงศ์ของเราเลย!”
“เป็นพระเมตตาของเสด็จพ่อทั้งสิ้น”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเชื้อเชิญเมี่ยวอินให้นั่ง “วันอภิเษกของข้า ต้องขอบคุณคุณหนูเมี่ยวอินที่กรุณาส่งของขวัญมาให้ เมื่อวันก่อนคุณหนูไม่ได้มาร่วมงาน วันนี้ข้าจึงขอเลี้ยงสุรามงคลชดเชยให้สักจอก”
“องค์ชายกล่าวหนักไปแล้วเพคะ”
เมี่ยวอินยิ้มงดงาม “ข้าน้อยเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีวาสนาได้รู้จักองค์ชายของราชวงศ์เรา กล่าวไปแล้ว ข้าน้อยช่างโง่เขลานัก คุณชายหลิวซึ่งเรียกอีกอย่างว่าคุณชายหก มิใช่องค์ชายหกหรอกหรือเพคะ?”
