“ราชันหมานอยู่ที่นี่หรือไม่ กล้าออกมาพูดคุยกันหรือไม่?”
เสียงตะโกนของทุกคนดังก้องไปทั่วผืนหิมะน้ำแข็งอยู่ชั่วขณะ
หลังจากทุกคนตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง ช้างแมมมอธตัวหนึ่งจึงค่อย ๆ เดินออกมาจากกองทัพเผ่าหมาน
เบื้องหลังช้างแมมมอธยังมีชาวเผ่าหมานหลายสิบคนสวมเกราะแบบเดียวกับกองทัพแคว้นต้าเยวี่ย ในมือของพวกเขายังถือโล่ที่ดูแข็งแรงไม่น้อย
เห็นได้ชัดว่าอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้เป็นของที่พวกเขายึดมาได้ก่อนหน้านี้ ตอนบุกโจมตีคนของโหลวอี้
เมื่อเห็นคนที่เดินออกมา อวิ๋นเจิงก็อดยินดีขึ้นมาในใจไม่ได้
ราชันหมานหรือ?
ราชันหมานนำทัพบุกมาด้วยตนเองหรือ?
หากยิงปืนใหญ่สังหารราชันหมานได้สักนัด กองทัพเผ่าหมานต้องเสียกระบวนแน่
ทว่าอวิ๋นเจิงรู้ดีว่า พวกเขามีโอกาสยิงเพียงนัดเดียว
หากยิงนัดนี้แล้วยังสังหารราชันหมานไม่ได้ ก็ย่อมไม่มีโอกาสครั้งที่สองอีก
ใกล้กว่านี้อีกหน่อย ใกล้เข้ามาอีก!
อวิ๋นเจิงเฝ้าภาวนาอยู่ในใจไม่หยุด
ดูเหมือนราชันหมานจะได้ยินคำภาวนาของอวิ๋นเจิง จึงขี่ช้างแมมมอธตัวใหญ่เดินหน้าต่ออีกครั้ง
แต่ราชันหมานมิใช่คนโง่ หลังจากเดินหน้าไปได้หลายสิบจั้งก็หยุดลง
จากนั้นราชันหมานก็ส่งเสียงพูดจาไม่รู้ความใส่คนด้านหลังอยู่สองสามประโยค
ครู่ต่อมา ชาวเผ่าหมานกลุ่มหนึ่งก็ใช้ไม้หามเชลยทหารหลายคนออกมาข้างหน้า
เมื่อเห็นการกระทำของชาวเผ่าหมานกลุ่มนั้น รูม่านตาของอวิ๋นเจิงพลันหดแคบ
เขาเดาออกแล้วว่าชาวเผ่าหมานเหล่านี้คิดจะทำอะไร!
ภายใต้สายตาของอวิ๋นเจิง ชาวเผ่าหมานกลุ่มนั้นรีบปักไม้ลงกับพื้น แล้วตัดเสื้อผ้าบนร่างของพวกเชลยออกอย่างรวดเร็ว
