อวิ๋นเจิงฝืนวางท่าผ่อนคลายต่อหน้าเย่จื่อ
ครั้นกลับถึงห้อง หัวใจของเขากลับเต้นตึกตักไม่หยุด
ยามนี้ในหัวของเขามีแต่ภาพชวนหวั่นไหวก่อนหน้านี้
ดูไม่ออกเลยจริง ๆ!
ปกติเย่จื่อไม่เคยเผยความโดดเด่นให้เห็น ที่แท้กลับมีเสน่ห์เย้ายวนถึงเพียงนี้
ขณะที่อวิ๋นเจิงยื่นมือออกไปกะขนาดตรงนั้น ซินเซิงก็ผลักประตูเข้ามา
“องค์ชาย ท่านกำลัง...”
ซินเซิงมองอวิ๋นเจิงที่กางนิ้วมือทำท่ากะขนาดอย่างไม่เข้าใจ
“แค่ก ๆ...”
อวิ๋นเจิงได้สติ “มือข้าเหมือนจะเป็นตะคริว ขยับนิ้วสักหน่อยเท่านั้น”
ซินเซิงเดินเข้ามา “เช่นนั้นบ่าวช่วยนวดให้ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง”
อวิ๋นเจิงโบกมือ “เจ้าไปเอาสุรามาหนึ่งกา แล้วให้คนเตรียมกับแกล้มสักสองสามอย่างยกมา อีกประเดี๋ยว... อีกประเดี๋ยวไปตามเย่จื่อมาที ข้ามีเรื่องจะสั่งนาง”
ยังดีที่เขาหยุดปากได้ทัน
เกือบพูดออกไปแล้วว่าอีกประเดี๋ยวเย่จื่อจะมา
“บ่าวจะไปจัดเตรียมเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
ซินเซิงกล่าวพลางค้อมกายถอยออกจากห้อง
เมื่อซินเซิงจากไป อวิ๋นเจิงจึงถอนหายใจยาว ก่อนรีบเก็บมือชั่วร้ายของตนกลับมา
บัดซบเอ๊ย นี่เขาเป็นอะไรไป?
ซินเซิงคอยปรนนิบัติเขาอยู่ทุกวัน เขาก็ไม่เคยคิดอะไรกับนางสักนิด
เหตุใดพอเห็นความงามของเย่จื่อแล้ว ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดชั่วร้าย?
“เฮ้อ ดูท่าข้าจะชอบสตรีที่มีเสน่ห์เย้ายวนจริง ๆ!”
อวิ๋นเจิงพึมพำกับตนเอง
ใครกันที่กล่าวว่าสตรีเยาว์วัยมีข้อดีถึงสามประการ?
สตรีที่งดงามสง่าต่างหากคือที่สุด!
อวิ๋นเจิงคิดฟุ้งซ่านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสะบัดศีรษะ พยายามสลัดความคิดชั่วร้ายออกจากหัว
ในเวลาเดียวกัน ซินเซิงก็เตรียมอาหารว่างยามดึกยกมาให้ แล้วจึงไปตามเย่จื่อ
