เมื่อสิ้นเสียงของอวิ๋นเจิง กัวทงกับเหล่าขุนนางก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
อวิ๋นเจิงค่อย ๆ ชักดาบสงครามออกมา หัวใจของทุกคนยิ่งเต้นระทึกจนแทบขึ้นมาจุกที่คอ
กัวทงพยายามรักษาความสงบของตนไว้ ก่อนเอ่ยเสียงดังว่า “หากท่านอ๋องยืนกรานจะสังหารกระหม่อม กระหม่อมก็ไม่มีสิ่งใดจะกล่าว! แต่หากท่านอ๋องจะกล่าวหาว่ากระหม่อมเป็นขุนนางทุจริต กระหม่อมไม่มีวันยอมรับ! กระหม่อมยอมตายได้ แต่จะไม่ยอมแบกรับชื่อเสียงขุนนางฉ้อฉล!”
“อย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นเจิงปรายตามองกัวทงอย่างเย็นชา
ไอ้สารเลวนี่ ใจแข็งไม่น้อยเลย!
ถึงขั้นนี้แล้วยังแสร้งทำเป็นขุนนางสุจริตต่อหน้าเขาอีกหรือ?
โจรเหล่านั้นเอ่ยถึงวีรกรรม “เกรียงไกร” ของกัวทงไว้ไม่น้อยเชียว!
ครู่ต่อมา อวิ๋นเจิงก็ยิ้มกล่าวว่า “กัวจวิ้นโส่วเป็นขุนนางทุจริตหรือไม่ ไว้ค่อยว่ากันภายหลัง! ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงแล้ว เปิ่นหวังก็จะเชิญชมการแสดงดี ๆ สักฉาก!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็โบกมือให้ตู้กุยหยวนกับคนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกล
ทุกคนเข้าใจสัญญาณทันที จึงควบคุมตัวโจรหลายสิบคนมายืนตรงหน้ากัวทงกับพวก
กัวทงคิดว่าอวิ๋นเจิงจะให้คนเหล่านี้มาเป็นพยานกล่าวโทษตน ใครจะคาดว่าพวกเขากลับชักดาบออกมาโดยพลัน
“ชิ้ง...”
ดาบสงครามหลุดจากฝัก
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ประกายดาบคมกริบวูบผ่านลำคอของเหล่าโจร
ชั่วพริบตา เลือดก็พุ่งกระฉูด เสียงศีรษะตกลงพื้นดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
กัวทงกับคนอีกหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าถูกเลือดสาดใส่เต็มตัว เพราะอยู่ใกล้เกินไป
กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกโชยเข้าโพรงจมูกของทุกคนไม่หยุด
หลายคนขาอ่อนด้วยความตกใจ แทบทรุดก้นลงกับพื้น
“ชุดต่อไป!”
