หลังการประลองยุทธ์ที่สวนหนานหยวนสิ้นสุดลง อวิ๋นเจิงก็ไม่ได้ไปหาเซียวติ้งอู่เพื่อเรียนกลศึกและค่ายกลทหารอีก
ฮ่องเต้เหวินก็ไม่ได้ใส่พระทัย
คงเห็นว่ารอบกายเขามีเสิ่นลั่วเยี่ยนกับตู้กุยหยวนซึ่งทั้งเก่งกล้าและเปี่ยมปัญญาอยู่แล้ว จึงเพียงพอ อีกทั้งการเร่งเรียนกลศึกและค่ายกลทหารเพียงไม่กี่วันก่อนออกรบ ก็คงไม่ช่วยอันใดมากนัก
ด้วยเหตุนี้ อวิ๋นเจิงจึงได้กลับมาว่างสบายเสียที และมีเวลาไปคลุกคลีกับจางซวีอีกครั้ง
หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ อวิ๋นเจิงก็ไปหาจางซวี
วันนี้ต้องคุยกับจางซวีเรื่องที่อยากให้เขาติดตามตนไปซั่วเป่ยเสียแล้ว
ต้องลองดูท่าทีของจางซวีก่อน แล้วค่อยวางแผนขั้นต่อไป
เมื่ออวิ๋นเจิงมาถึงจวนของจางซวี อีกฝ่ายกำลังปรับปรุงหน้าไม้ต่อเนื่อง
“ปรับปรุงไปถึงไหนแล้ว?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามจางซวีอย่างกระตือรือร้น
“ไม่ค่อยดีนัก”
จางซวีส่ายหน้าด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม “องค์ชายหก ข้าแนะนำว่าท่านอย่าทำเจ้าสิ่งนี้ต่อเลย...”
กล่าวจบ จางซวีก็แจกแจงข้อเสียของหน้าไม้ต่อเนื่องให้เขาฟังอีกเป็นชุด
ปัญหาความแม่นยำนั้นแก้ได้ไม่ยาก ส่วนปัญหาติดขัด หลังจางซวีปรับปรุงแล้วก็แก้ไขได้เช่นกัน
แต่ปัญหาระยะยิงนั้นแก้ยากจริง ๆ
หากทำหน้าไม้ต่อเนื่องให้เล็ก ระยะยิงก็ไม่ไกลพอ
หากทำให้ใหญ่ ก็พกพาไม่สะดวก
ยิ่งไปกว่านั้น หน้าไม้ต่อเนื่องยังมีปัญหาใหญ่หลวงถึงชีวิตอีกข้อหนึ่ง
นั่นก็คือการเติมลูกธนู
ลูกธนูที่ใช้กับหน้าไม้ต่อเนื่องล้วนเป็นลูกธนูที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ
หากลูกธนูหมดแล้วยังเติมไม่ทัน เจ้าสิ่งนี้ก็ยังสู้กระบองไม้สำหรับก่อไฟไม่ได้ด้วยซ้ำ!
