เว่ยซวงกับเมี่ยวอินเพิ่งกลับถึงจวนอ๋อง ซินเซิงก็เร่งรุดเข้ามาหาเว่ยซวง พลางบอกว่าอวิ๋นเจิงมีเรื่องต้องการพบนาง
อวิ๋นเจิงมีเรื่องต้องการพบนางหรือ?
เว่ยซวงลอบสงสัยอยู่ในใจ
อวิ๋นเจิงจะมีธุระอันใดกับนางได้?
เว่ยซวงพาความสงสัยเต็มอก ตามซินเซิงไปยังห้องของเสิ่นลั่วเยี่ยน
อวิ๋นเจิงกำลังนั่งเคียงเสิ่นลั่วเยี่ยน กล่อมเด็กน้อยอยู่ ครั้นเห็นเว่ยซวงก็ลุกขึ้นทันที “พี่สะใภ้ พวกเราไปคุยกันข้างนอกเถิด เด็กคนนี้เพิ่งร้องไห้ไปตั้งนาน กว่าจะหลับได้ อย่าทำให้เขาตื่นเลย...”
“ได้!”
เว่ยซวงพยักหน้าพลางยิ้ม “รออีกสักหนึ่งหรือสองเดือนก็จะดีขึ้น ยามนี้ก็เป็นเช่นนี้แหละ”
อีกหนึ่งหรือสองเดือนหรือ?
รออีกหนึ่งหรือสองปีคงจะเหมาะกว่า
ทั้งสองออกมาข้างนอก ก่อนจะไปนั่งลงในศาลา
“องครักษ์วิหคชาดหรือ?”
เว่ยซวงมองอวิ๋นเจิงอย่างตกตะลึง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
อวิ๋นเจิงถึงกับมอบองครักษ์วิหคชาดซึ่งสำคัญถึงเพียงนี้ให้นางบัญชาการหรือ?
“เหตุใดเจ้าจึงตกใจถึงเพียงนั้น?”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “ด้วยฝีมือการต่อสู้ของพี่สะใภ้ การบัญชาการองครักษ์วิหคชาดย่อมไม่เกินกำลัง!”
“เรื่องนี้...จะดีหรือ?”
เว่ยซวงกังวลเล็กน้อย “องครักษ์วิหคชาดสำคัญถึงเพียงนี้ ข้าเป็นสตรีคนหนึ่ง กลับต้องบัญชาการ...”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล”
อวิ๋นเจิงกล่าวขัดเว่ยซวง “เป็นสตรีแล้วอย่างไร? เจียเหยาก็เป็นสตรี แต่นางยังเป็นองค์หญิงผู้สำเร็จราชการแทนเป่ยหวนได้เลย! ขอเพียงพี่สะใภ้เต็มใจ เรื่องอื่นล้วนไม่ใช่ปัญหา”
เต็มใจหรือไม่?
เว่ยซวงก้มหน้าครุ่นคิด
นางสนใจเรื่องการบัญชาการองครักษ์วิหคชาดเป็นอย่างยิ่ง
นางฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เล็ก แม้ไม่เคยออกรบด้วยตนเอง แต่ก็มีใจหมายสร้างผลงานและชื่อเสียง
การบัญชาการองครักษ์วิหคชาดนับเป็นโอกาสอันดีสำหรับนาง
