เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นลี่ สวีฉือฝู่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
คำพูดของอวิ๋นลี่ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้
จากความเข้าใจที่เขามีต่อฮ่องเต้เหวิน หากฮ่องเต้เหวินกังวลว่าอวิ๋นลี่จะควบคุมเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักไม่อยู่ ก็ย่อมทำเรื่องเช่นนี้ได้
เรื่องเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในราชสำนักก่อน
ตั้งแต่โบราณมา ฮ่องเต้ล้วนหวาดกลัวว่าขุนนางจะบีบคั้นฮ่องเต้องค์ใหม่หลังขึ้นครองราชย์
ฮ่องเต้หลายพระองค์เริ่มปูทางให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ตั้งแต่ยังมีพระชนม์ชีพ
เมื่อฮ่องเต้หลายพระองค์เข้าสู่วัยชรา ก็มักก่อคดีใหญ่ขึ้น
บางพระองค์หวาดระแวงไปเสียทุกเรื่อง บางพระองค์ก็ทำไปเพื่อปูทางให้ฮ่องเต้องค์ใหม่โดยแท้
สวีฉือฝู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามอีกว่า “ฝ่าบาทคิดว่าฮ่องเต้จะเสด็จกลับเมืองหลวงได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ดูจากสถานการณ์ในยามนี้ เสด็จพ่อน่าจะเสด็จกลับมาได้”
อวิ๋นลี่กล่าวพลางเล่าเรื่องที่อวิ๋นเจิงส่งของขวัญแสดงความยินดีมาให้สวีฉือฝู่ฟัง
สวีฉือฝู่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามอีกว่า “หรือองค์ชายหกกำลังทำให้ฝ่าบาทตายใจอยู่พ่ะย่ะค่ะ?”
“หืม?”
อวิ๋นลี่ไม่เข้าใจ “หมายความว่าอย่างไร?”
ทำให้เขาตายใจหรือ?
จะทำให้เขาตายใจได้อย่างไร?
หรืออวิ๋นเจิงคิดจะลอบโจมตีโดยไม่ให้ตั้งตัว?
สวีฉือฝู่กล่าวเสียงขรึม “สิ่งที่กระหม่อมกังวลที่สุดคืออวิ๋นเจิงปล่อยให้ฮ่องเต้เสด็จกลับเมืองหลวง ครั้นเสด็จผ่านมณฑลจวี่โจวหรือสุยโจวแล้วค่อยส่งคนไปลอบสังหาร จากนั้นก็โยนความผิดให้องค์รัชทายาท กล่าวหาว่าองค์รัชทายาทฆ่าพ่อเพื่อชิงบัลลังก์! เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะยกทัพมาปราบได้อย่างชอบธรรม...”
อย่างไรเสีย เรื่องที่ฮ่องเต้เหวินทรงเขียนพระราชโองการต่อหน้าขุนนางในราชสำนักก็มีผู้คนล่วงรู้มากมาย
