ระหว่างทางกลับที่ว่าการ อวิ๋นเจิงลอบภาวนาอีกครั้ง
ขอให้ภัยพิบัติที่มาเยือนอย่างกะทันหันครานี้เกิดขึ้นเพียงในจวิ้นฉางเล่อเถิด!
เมื่อกลับถึงที่ว่าการ อวิ๋นเจิงยังไม่ทันเปลี่ยนอาภรณ์ก็เรียกซุนหลี ผู้ว่าการจวิ้นฉางเล่อเข้าพบในทันที “สั่งให้แต่ละอำเภอรายงานความเสียหายโดยเร็วที่สุด แล้วระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างสุดกำลัง! อีกทั้งส่งคนไปยังจวิ้นอื่น ๆ สอบถามสถานการณ์ภัยพิบัติของแต่ละแห่งด้วย”
“ฮูหยินจื่อสั่งให้ข้าน้อยจัดการเรื่องนี้ไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ซุนหลีตอบ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจว่า “ท่านอ๋อง ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนยิ่งนัก พวกเราคงต้องเตรียมรับมือภัยพิบัติครั้งใหญ่ไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้าก็คิดว่าปีนี้อาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่หรือ?” อวิ๋นเจิงถาม
ระหว่างทางกลับ เขาได้หารือเรื่องนี้กับเสิ่นลั่วเยี่ยนและเมี่ยวอินแล้ว
นับแต่ต้าเฉียนสถาปนาแคว้นมาจนถึงบัดนี้ ฟู่โจวแทบไม่เคยประสบอุทกภัย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเผชิญอุทกภัยในช่วงเดือนสามหรือเดือนสี่
ภัยที่ฟู่โจวประสบมากที่สุดคือภัยแล้ง
สภาพอากาศปีนี้แปรปรวนถึงเพียงนี้ พวกเขาต่างคิดว่าในช่วงที่เหลือของปีอาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นได้อีก
ไม่ภัยแล้ง ก็อาจเป็นอุทกภัยที่รุนแรงยิ่งกว่า
ไม่แน่ว่าฝนห่าเดียวครานี้อาจเทฝนของทั้งปีในฟู่โจวลงมาจนหมด หลังจากนี้ก็อาจไม่มีฝนอีกเลย
“พ่ะย่ะค่ะ”
ซุนหลีพยักหน้า “เมื่อมองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปีใดที่สภาพอากาศผิดปกติ มักมีภัยพิบัติครั้งใหญ่ตามมาเสมอ เตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ จึงจะรับมือได้ทันท่วงทีพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าแล้วถามต่อ “เจ้าคิดว่าพวกเราควรเตรียมการอย่างไรบ้าง?”
