ซู่จ้านคิดไม่ออกว่าแท้จริงแล้วอวิ๋นเจิงมีจุดประสงค์ใด
หลังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ซู่จ้านก็กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เรื่องนี้ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่ข้าน้อยไม่แนะนำให้อ๋องทำเช่นนี้”
“โอ้?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร?”
ซู่จ้านตอบว่า “ท่านอ๋องลองคิดดูสิ ข้าวสารนี้ซื้อจากเฮ่อหลัวแล้วขนส่งไปยังซั่วเป่ยหรือจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ข้าวสาร 20 หาบที่ขนมา เกรงว่าจะเหลือไม่ถึงหาบเสียด้วยซ้ำ! สำหรับท่านอ๋องแล้ว นี่ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย”
ซู่จ้านจงใจกล่าวถึงความสูญเสียระหว่างขนส่งข้าวสารให้มากเกินจริง
หากอวิ๋นเจิงยอมจ่ายเงินจริง ๆ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยอวิ๋นเจิงเรื่องนี้
ซื้อข้าวสาร 20 หาบ ซีฉวีเอาไปก่อน 10 หาบ ที่เหลือจึงค่อยขนส่งมา เมื่อถึงปลายทาง ข้าวสารที่ตกอยู่ในมืออวิ๋นเจิงย่อมเหลือไม่ถึงหาบจริง ๆ!
เขาอยากรู้นักว่าอวิ๋นเจิงจะมีเงินเท่าใดมาซื้อข้าวสาร
อวิ๋นเจิงซื้อยิ่งมาก ซีฉวีก็ยิ่งได้กำไรมาก
สิ่งที่ซีฉวีได้รับนั้นมากกว่าสิ่งที่อวิ๋นเจิงได้หลายเท่า!
เรื่องดีเช่นนี้ ผู้ใดจะปฏิเสธเล่า?
“สูญเสียระหว่างทางมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วแน่น พึมพำกับตนเองว่า “ดูท่าคงต้องเล่นไม่ซื่อเสียแล้ว...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าซู่จ้านก็กระตุกอย่างแรง
เล่นไม่ซื่อหรือ?
อวิ๋นเจิงคิดจะปล้นกันซึ่ง ๆ หน้าอย่างนั้นหรือ?
แถมยังพูดออกมาต่อหน้าเขาเสียด้วย?
เมื่อสบสายตาซู่จ้าน อวิ๋นเจิงก็เพิ่งรู้ตัว รีบอธิบายว่า “มหาเสนาบดีอย่าได้คิดมาก เปิ่นหวังหมายถึงจะทำการค้ากับท่านสักหน”
“การค้าหรือ?”
ซู่จ้านจิบชาบาง ๆ แล้วถามว่า “การค้าอันใด?”
อวิ๋นเจิงยกถ้วยชาขึ้นอย่างเชื่องช้า มองซู่จ้านด้วยแววตาหยอกเย้า “มหาเสนาบดี ในเมื่อเราต่างรู้แก่ใจ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อม หุนกู่หวังตายอย่างไร ท่านกับข้าต่างรู้ดี! บัดนี้เปิ่นหวังช่วยพวกท่านรับเคราะห์แทนแล้ว ท่านคิดว่าควรมอบสิ่งชดเชยให้เปิ่นหวังบ้างหรือไม่? ขอเพียงสิ่งชดเชยมากพอ เปิ่นหวังก็จะช่วยพวกท่านรับเคราะห์นี้ต่อไป!”
