สำหรับอวิ๋นเจิงแล้ว แกะ 100 ตัวมิได้ต้องใช้เงินมากมายอันใด
เขาเพียงต้องการให้คนค่ายใหญ่เหนือรู้ว่า หากติดตามเขา ย่อมมีเนื้อกิน!
ครั้นพบลู่ซิงเป็นครั้งแรก อวิ๋นเจิงก็มิได้พูดคุยมากความ
หลังจากลู่ซิงพาเดินชมค่ายทหารคร่าว ๆ รอบหนึ่ง อวิ๋นเจิงก็จากไป
“แม่ทัพลู่ ท่านอ๋องจะส่งแกะมาให้ข้าจริงหรือ?”
เมื่อส่งอวิ๋นเจิงจากไปแล้ว ทหารคนสนิทข้างกายก็เอ่ยถามลู่ซิงด้วยสีหน้าเปี่ยมความคาดหวัง
ลู่ซิงพยักหน้าเบา ๆ “เขาเป็นถึงท่านอ๋อง คงไม่ถึงกับผิดคำพูดเพราะเงินเพียงเท่านี้”
หากคิดตามเบี้ยหวัดของเขา ต่อให้ไม่กินไม่ดื่มสิบปี ก็ยังซื้อแกะ 100 ตัวไม่ไหวเป็นแน่
ทว่าอวิ๋นเจิงก็เป็นถึงองค์ชาย
อีกทั้งยังเป็นองค์ชายเพียงผู้เดียวของราชวงศ์ต้าเฉียนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องเป็นกรณีพิเศษ!
เพียงฝ่าบาทพระราชทานสิ่งของแก่เขาสักเล็กน้อย นำไปแลกเงินก็คงพอซื้อแกะ 100 ตัวแล้ว
“เช่นนั้นพวกเราก็ได้กินเนื้อกันแล้วหรือ?”
พอนึกถึงเนื้อแกะชิ้นโตชุ่มฉ่ำ ทหารคนสนิทก็อดกลืนน้ำลายมิได้
ยามนี้แกะเพิ่งขุนพุงพีรับฤดูใบไม้ร่วงมา เนื้อจึงอุดมมันที่สุด
“อืม”
ลู่ซิงพยักหน้าเบา ๆ ทว่าลอบฉงนอยู่ในใจ
ท่านอ๋องผู้นี้หมายความว่าอย่างไรกัน?
เขาคิดช่วยให้เหล่าพี่น้องได้กินดีขึ้นจริง ๆ หรือมีจุดประสงค์อื่น?
หรือคิดจะดึงตัวเขาไปเป็นพวก?
เป็นถึงท่านอ๋อง ยังจำเป็นต้องดึงตัวเขาไปเป็นพวกด้วยหรือ?
ทหารไร่นาในค่ายของเขามีสิ่งใดควรค่าแก่การชักชวนกัน?
หากคิดเช่นนั้นจริง มิสู้ไปผูกไมตรีกับฮั่วกู้ ผู้รักษาเมืองซั่วฟาง ยังจะเป็นประโยชน์กว่า!
อีกทั้งตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็มิได้แสดงท่าทีว่าจะดึงตัวลู่ซิงไปเป็นพวกเลยสักนิด!
