เมื่อกลับถึงห้อง เสิ่นลั่วเยี่ยนเล่าสถานการณ์ยามนี้ให้เมี่ยวอินฟัง เมี่ยวอินอดด่าเว่ยเหวินจง ไอ้สารเลวที่ไร้จิตสำนึกผู้นั้นอย่างสาดเสียเทเสียมิได้
“พอเถิด เรื่องกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ด่าไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะทำให้ตนเองขุ่นเคืองใจเปล่า ๆ”
อวิ๋นเจิงโบกมือ “จะโทษก็ต้องโทษที่พวกเราประมาทเอง!”
ที่จริงตอนเว่ยเหวินจงสั่งให้เว่ยซั่วไสหัวกลับกองรักษาการณ์จิ้งอัน เขาก็ควรระวังไว้สักหน่อย
น่าเสียดาย ตอนนั้นเขายังคิดว่าเว่ยเหวินจงเพียงไม่อยากให้เว่ยซั่วปะทะกับเขาโดยตรง จึงไล่เว่ยซั่วกลับกองรักษาการณ์จิ้งอัน
บัดนี้เมื่อลองคิดดู จึงพบว่าเว่ยเหวินจงเริ่มวางแผนร้ายตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ต่อมาเจียเหยายังปล่อยข่าวปลอมว่านางกับปันปู้ถูกวางยาตาย จนทำให้เขาตายใจได้สำเร็จ
ต้องยอมรับว่าเจียเหยาวางหมากนี้ได้อย่างงดงามจริง ๆ
นางใช้จางหลิ่วที่เขาแลกให้นาง ย้อนกลับมาทำให้เขาตายใจเสียเอง
เขายังหลงลำพองใจอยู่ที่นั่นแท้ ๆ
แต่ที่ไหนได้ อีกฝ่ายถักทอตาข่ายผืนใหญ่คลุมพวกเขาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
“แล้วพวกเราควรทำอย่างไรต่อ?”
เมี่ยวอินขมวดคิ้วกล่าว “ถูกขังอยู่เช่นนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทางออก”
“อย่าเพิ่งร้อนใจ!”
อวิ๋นเจิงโบกมือ “กองทัพเป่ยหวนย่อมมีจำนวนมากกว่าพวกเราหลายเท่า หากพวกเขาคิดล้อมพวกเรา ก็ต้องสิ้นเปลืองเสบียงมากกว่า! เรายังมีม้าศึกอีกตั้งมาก หากจนหนทางจริง ๆ ก็ฆ่าม้าศึกมาทำเสบียงทหาร ถ่วงเวลาไปจนถึงที่สุด พวกเราคงไม่ได้ประโยชน์ แต่พวกเขาก็อย่าหวังจะได้เปรียบมากนัก!”
“เจ้าก็คิดจะฆ่าม้าศึกหรือ?”
เมี่ยวอินหัวเราะก็ไม่ใช่ ร้องไห้ก็ไม่เชิง “หากม้าพูดได้ มันคงถามว่า ‘ข้าไปทำอะไรให้ใครขุ่นเคืองหรือ?’”
