ท้ายที่สุด อวิ๋นเจิงก็ยังคงรับฟังคำแนะนำของจ้าวหลิวเหลียงและเจินเถียนอู่
ไม่แบ่งกำลัง!
คำพูดประโยคหนึ่งของเจินเถียนอู่ทำให้อวิ๋นเจิงคล้อยตาม
ยามนี้พวกเขาครองความได้เปรียบอย่างเด็ดขาด ไม่จำเป็นต้องแบ่งกำลังให้ศัตรูเห็นจุดอ่อน
เพียงรอให้กองทัพศัตรูมาหาพวกเขาเพื่อตัดสินศึกก็พอ
ต้องยอมรับว่าเจินเถียนอู่ผู้นี้เป็นคนมีความสามารถจริง ๆ
อย่างน้อยในด้านการรบทางทะเล ประสบการณ์ของเขาก็มากกว่าพวกเขาทุกคน
หากเจินเถียนอู่มิใช่ชาวแคว้นอวี่ อวิ๋นเจิงคงตัดใจสังหารเขาไม่ลง
เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้ว กองเรือก็เดินหน้าต่อไปยังอ่าวทางเหนือของแคว้นอวี่
ยามบ่าย อากาศเหนือทะเลพลันแปรปรวน
มองไปไกล ๆ ก็เห็นเมฆดำกลุ่มหนึ่งกำลังก่อตัว
“แย่แล้ว ดูท่าจะเจอพายุทะเล!”
อวิ๋นเจิงจับจ้องท้องฟ้าไกลโพ้น “มาเร็ว เอาแผนที่เดินเรือมา!”
หลินจี้มิกล้าชักช้า รีบนำแผนที่เดินเรือที่คัดลอกไว้ส่งให้อวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงกวาดตามองหาแห่งหลบคลื่นลมบนแผนที่อย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง จ้าวหลิวเหลียงก็ส่งคนมาหา
“กราบทูลฝ่าบาท แม่ทัพเจินเถียนอู่วินิจฉัยว่าทะเลกำลังจะเกิดพายุ กองทัพเราจำต้องเปลี่ยนเส้นทางทันที มุ่งไปหลบภัยที่เกาะนกทางตะวันออกเฉียงใต้ ขอให้ทุกกองกำลังหันตามกองของข้า!”
“ดี!”
อวิ๋นเจิงยินดีอย่างยิ่ง
เขากำลังหาแห่งหลบพายุทะเลอยู่พอดี!
เมื่อเจินเถียนอู่รู้ว่าควรหลบภัยที่ใด ก็ย่อมเป็นเรื่องดียิ่ง!
หลังครุ่นคิดเล็กน้อย อวิ๋นเจิงก็สั่งคนที่มาส่งข่าวว่า “ส่งคำสั่งลับถึงจ้าวหลิวเหลียง ให้เพิ่มเรือลาดตระเวน คอยจับตาความเคลื่อนไหวรอบด้านอย่างเข้มงวด และสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบไว้!”
