เมื่อได้ฟังคำของฮ่องเต้เหวิน ใบหน้าอวิ๋นลี่พลันกระตุก
ให้เขาผู้เป็นรัชทายาทไปปราบกบฏที่แนวหน้าอย่างนั้นหรือ?
แต่คำพูดของเสด็จพ่อก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
เหล่าลิ่วเก่งกาจในการรบถึงเพียงนั้น หากตนไม่รู้เรื่องการทหารแม้แต่น้อย วันหน้าหากเจ้าหมอนั่นก่อกบฏขึ้นมา ตนจะพึ่งพาแต่เหล่าแม่ทัพในราชสำนักได้อย่างไร!
ถึงตอนนั้น แม่ทัพชราหลายคนคงไม่อยู่แล้ว!
อวิ๋นลี่ครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนประสานมือค้อมกายกล่าวว่า “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา! กระหม่อมจะไม่ทำให้เสด็จพ่อผิดหวังเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ!”
“อืม! ตกลงตามนี้!”
ฮ่องเต้เหวินโบกพระหัตถ์เบา ๆ “จริงสิ บิดากับบุตรหยวนฉงยังอยู่ในคุกหลวงกระมัง?”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
อวิ๋นลี่ประสานมือค้อมกายตอบ
หยวนฉงทำด่านเป่ยลู่สูญเสียไปก็จริง แต่ไม่ได้ตกอยู่ในมือศัตรูต่างแคว้น เมื่อเหล่าขุนนางพากันร้องขอ ฮ่องเต้เหวินจึงล้มเลิกความคิดที่จะประหารล้างตระกูลหยวน ทว่ากลับสั่งคุมขังหยวนฉงกับหยวนกุยผู้เป็นบุตรในคุกหลวง และตั้งใจจะประหารหลังฤดูสารท
ฮ่องเต้เหวินครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตรัสว่า “ราชสำนักกำลังต้องการคนใช้งาน เราจะยังไม่เอาชีวิตพวกเขาในยามนี้ เจ้าจงพาพวกเขาไปด้วย ให้เป็นทัพหน้าแก่เจ้า ไถ่โทษด้วยความดีความชอบ ส่วนจะพูดกับพวกเขาอย่างไร เจ้าก็จัดการเอาเอง!”
อวิ๋นลี่ได้ยินดังนั้นก็ยินดีเป็นล้นพ้น รีบประสานมือค้อมกายกล่าวว่า “กระหม่อมขอขอบพระทัยเสด็จพ่อแทนบิดากับบุตรหยวนฉงพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้เหวินตรัสชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
จะพูดกับบิดากับบุตรหยวนฉงอย่างไรน่ะหรือ?
ย่อมต้องบอกว่าเป็นตนที่ช่วยขอร้อง เสด็จพ่อจึงประทานโอกาสนี้ให้พวกเขา!
เสด็จพ่อต้องการช่วยให้ตนสยบบิดากับบุตรหยวนฉงได้อย่างสิ้นเชิง ให้พวกเขากลายเป็นคนสนิทของตน!
“ตั้งใจเรียนรู้ให้ดีเถิด!”
