วังหลวงเป่ยหวน
เจียเหยาเดินออกจากกระโจมหลวงด้วยสีหน้าหนักใจ
เมื่อออกมาด้านนอกแล้วทอดสายตามองไกล ก็เห็นผู้คนกำลังทำงานอยู่บนผืนดินรอบราชสำนัก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชนเผ่าจำนวนมากในพื้นที่ตอนในของเป่ยหวนเปลี่ยนจากการเร่ร่อนตามสายน้ำและทุ่งหญ้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งแล้ว ทว่าเมื่อถึงยามที่น้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ แต่ละเผ่าก็ยังส่งคนออกไปเลี้ยงสัตว์
ก่อนฤดูหนาวจะมาถึง คนเหล่านั้นก็จะต้อนฝูงสัตว์กลับมา
ส่วนคนที่เหลืออยู่ในเผ่าต่างก็เรียนรู้การเพาะปลูก
เพียงแต่ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเพาะปลูกในเป่ยหวนมีอยู่ไม่นาน ในแต่ละปีจึงปลูกธัญพืชได้เพียงครั้งเดียว
ทั้งชนิดของธัญพืชที่ปลูกได้ก็มีจำกัดยิ่ง
ทว่าผลผลิตจากฤดูเพาะปลูกครั้งนี้กลับเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ของชนเผ่ามากมายในเป่ยหวน
ก่อนหน้านี้เพราะไม่มีเสบียงเพียงพอ พวกเขาจึงไม่อาจรวบรวมกองทัพใหญ่ได้
เจียเหยาไม่อยากประสบกับความลำบากเช่นนี้อีกแล้ว
ยามนี้ นอกจากทหารองครักษ์และบ่าวรับใช้ที่จำเป็นเพียงส่วนน้อยแล้ว คนเกือบทั้งหมดในเขตราชสำนักล้วนถูกเจียเหยาส่งไปทำงาน
ก่อนหน้านี้แม้แต่เจียเหยาเองก็ลงไปทำงานในไร่นา
ต่อให้เก็บเกี่ยวธัญพืชได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งโต่ว ก็เป็นประโยชน์แก่พวกเขาแล้ว
นางได้รับข่าวมาแล้วว่า ฝูงสัตว์ของชนเผ่าห่างไกลทางตะวันออกถูกกินจนหมด ผู้คนไม่น้อยต้องอาศัยผักป่าประทังชีวิต และมีคนอดตายไปแล้ว
สถานการณ์ในเขตราชสำนักยังดีกว่าอยู่บ้าง
แต่ก็เพียงดีกว่าเล็กน้อยเท่านั้น
ชนเผ่าในเขตราชสำนักมีฝูงสัตว์อยู่ไม่น้อยก็จริง
ทว่าฝูงสัตว์จะมีมากเพียงใดก็ทนต่อการบริโภคของผู้คนไม่ไหว
ปีนี้พวกเขากินฝูงสัตว์ไปเกือบหมดแล้ว หากไม่ใช้เวลาสิบปี ฝูงสัตว์ก็อย่าหวังว่าจะฟื้นคืนจำนวนดังเดิม
แต่จะไม่กินสัตว์ก็ไม่ได้ มิฉะนั้นแม้แต่ในเขตราชสำนักก็ต้องมีคนอดตาย
