อวิ๋นเจิงอยู่ที่สำนักศึกษาการทหารหลายวัน
ทุกวันนอกจากจะบรรยายให้เหล่าศิษย์ของสำนักศึกษาการทหารแล้ว เขายังแบ่งเวลามาทำกล้องส่องทางไกลแบบลำกล้องเดี่ยวด้วย
กล้องส่องทางไกลฟังดูแล้วทำไม่ยาก ทว่าลงมือทำจริงกลับไม่ง่ายเลย
ที่สำคัญคือการเจียระไนผลึกแก้วค่อนข้างยุ่งยาก
งานนี้ต้องอาศัยความละเอียดประณีต
อวิ๋นเจิงมิได้มีความอดทนถึงเพียงนั้น แต่เพิ่งเริ่มทำสิ่งนี้ จะมอบให้ผู้อื่นทำตามใจชอบก็ไม่ได้ จึงทำได้เพียงข่มใจลงมือด้วยตนเอง
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง อวิ๋นเจิงยังนำเรื่องนี้ไปพนันกับเมี่ยวอินด้วย
โชคดีที่หลังจากอวิ๋นเจิงพยายามอยู่หลายวัน ในที่สุดก็ทำกล้องส่องทางไกลลำกล้องยาวออกมาได้สำเร็จ
อวิ๋นเจิงชื่นชม “ผลงานชิ้นเอก” ของตน
“น่าเกลียดชะมัด!”
แม้แต่อวิ๋นเจิงเองก็อดตำหนิออกมาคำหนึ่งไม่ได้
กล้องส่องทางไกลลำกล้องยาวที่ยืดหดได้ของเขาทำจากไม้
ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เขายังมิได้ทดลอง
ยามนี้มันเป็นเพียงของที่มีรูปร่างเหมือนกล้องส่องทางไกลเท่านั้น
จะมองได้ไกลเพียงใด แม้แต่อวิ๋นเจิงเองก็ไม่รู้
แต่การมองเห็นเงาคนที่อยู่ห่างออกไปสองกิโลเมตรน่าจะไม่มีปัญหา
แน่นอนว่าอย่าหวังจะมองเห็นใบหน้าคนได้ชัดเจน
ภายหลังยังต้องให้จางซวีผู้ชำนาญงานช่างทำขึ้นมาใหม่ตามแบบนี้ พยายามใช้ผลึกแก้วชั้นยอดที่จางซวีซื้อมาในราคาแพงทำกล้องส่องทางไกลออกมาให้ได้หลายอัน
สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในสนามรบ
หากทำให้ประณีตขึ้น ย่อมดีกว่าเป็นแน่
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังคิดเรื่อยเปื่อย เมี่ยวอินก็ผลักประตูเข้ามา
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงถือกล้องส่องทางไกลเล่นอยู่ เมี่ยวอินก็เข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะโอบรัดจากด้านหลังและแนบกายกับแผ่นหลังเขา แล้วถามอย่างสนใจว่า “นี่คือกล้องส่องทางไกลที่ท่านพูดถึงหรือ?”
