จุมพิตครั้งนี้ปลดปล่อยความรู้สึกที่ทั้งสองเก็บกดไว้ในใจออกมาจนหมดสิ้น
ทั้งคู่จุมพิตกันจนแทบหายใจไม่ออก จึงค่อยผละจากกันอย่างอาลัยอาวรณ์
ทันทีที่ริมฝีปากแยกจากกัน เจียเหยาซึ่งได้ปลดปล่อยความรู้สึกในใจออกมาแล้วก็ค่อย ๆ กลับมาสงบเยือกเย็นดังเดิม
“เจ้า...”
“ถือเสียว่าเป็นของตอบแทนจากข้า!”
อวิ๋นเจิงเพิ่งเอ่ยได้คำเดียว เจียเหยาก็ชิงพูดขึ้นก่อน
“ของตอบแทน?”
อวิ๋นเจิงชะงักไปชั่วขณะ “ของตอบแทนอันใด?”
“ขอบใจที่ช่วยชีวิตข้าอย่างไรเล่า!”
เจียเหยาข่มกลั้นความอาลัยในใจ พลางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง “หากเจ้าไม่ได้ใช้อาวุธลับสังหารองค์ชายเผ่าหมานผู้นั้น ข้าคงตายด้วยน้ำมือเขาไปแล้ว! นับแต่นี้ ข้าไม่ติดค้างเจ้าอีก!”
เพียงเพราะเรื่องนี้หรือ?
อวิ๋นเจิงไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเจียเหยาแม้แต่น้อย
“ของตอบแทนเช่นนี้เบาไปหน่อยกระมัง?”
อวิ๋นเจิงยกมือขึ้น ใช้นิ้วเชยคางเจียเหยาอย่างบุรุษเจ้าชู้คนหนึ่ง
“เช่นนั้นเจ้ายังต้องการของตอบแทนอันใด?”
เจียเหยาข่มกลั้นความหวั่นไหวในใจ ก่อนหัวเราะคิกคัก “ของตอบแทนอย่างอื่น เจ้าเองก็ไม่กล้ารับหรอก!”
“ก็ไม่แน่หรอก!”
อวิ๋นเจิงเลิกคิ้วยิ้ม “เจ้าคงมิได้คิดจริง ๆ กระมังว่าข้าไม่กล้ากินเจ้า?”
“ข้าไม่กลัวอยู่แล้ว!”
เจียเหยาเผชิญสายตาของอวิ๋นเจิงอย่างไม่หวั่นเกรง “ขอเพียงเจ้าไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น อีกอย่าง...ข้าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าเป็นอย่างดี!”
ได้ฟังคำพูดของเจียเหยา ในใจอวิ๋นเจิงก็พลันร้อนรุ่ม
บัดซบ!
ตายก็ตายสิ!
