เสิ่นลั่วเยี่ยนไม่รู้เลยว่าอวิ๋นเจิงกำลังสนทนาเรื่องใดกับฮ่องเต้เหวิน
ทว่าเสิ่นลั่วเยี่ยนเห็นว่าฮ่องเต้เหวินทำท่าจะฟาดอวิ๋นเจิงอยู่หลายครั้ง เพียงแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือ
ทุกครั้งที่พระหัตถ์ของฮ่องเต้เหวินยกขึ้น หัวใจของเสิ่นลั่วเยี่ยนก็พลันกระตุกตาม
หากพ่อลูกคู่นี้ลงไม้ลงมือกันบนหอประตูเมือง เรื่องคงครึกครื้นไม่น้อย
ไม่นานเสิ่นลั่วเยี่ยนก็ส่ายศีรษะ พลางลอบคิดว่าตนกำลังฟุ้งซ่านเรื่องใดอยู่!
ถึงอย่างไรพ่อลูกคู่นี้ก็ไม่มีทางต่อสู้กันหรอก!
อวิ๋นเจิงกับฮ่องเต้เหวินนั่งสนทนากันอยู่ตรงนั้น
ไม่นานนัก ฮ่องเต้เหวินก็พลันหัวเราะเสียงกังวาน
แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮ่องเต้เหวินกลับมีท่าทีราวกับอยากฟาดอวิ๋นเจิงอีกครั้ง
เสิ่นลั่วเยี่ยนมองอย่างงุนงง โจวไต้เองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน
จนเกือบพลบค่ำพ่อลูกทั้งสองจึงเดินออกจากหอประตูเมือง
บนพระพักตร์ของฮ่องเต้เหวินมีรอยยิ้ม
ดูท่าพระอารมณ์จะยังดีอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เสิ่นลั่วเยี่ยนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ยามค่ำ อวิ๋นเจิงจัดงานเลี้ยงต้อนรับฮ่องเต้เหวินที่จวนแม่ทัพ
การเดินทางมาถึงที่นี่ทำให้ฮ่องเต้เหวินเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยจริง ๆ
หลังจากดื่มสุราไปไม่กี่จอก ฮ่องเต้เหวินก็เสด็จกลับห้องไปพักผ่อนแต่เนิ่น ๆ
“เจ้ากับเสด็จพ่อคุยอะไรกันหรือ? เห็นพระอารมณ์ของเสด็จพ่อดูดีไม่น้อย”
ภายในห้อง เสิ่นลั่วเยี่ยนนั่งอยู่บนตักอวิ๋นเจิง เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
อวิ๋นเจิงหัวเราะหึ ๆ “เสด็จพ่อทรงรับปากว่าจะเปิดแนวป้องกันฟู่โจวแล้ว”
“หา?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนหน้าเปลี่ยนสี มองอวิ๋นเจิงอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าพูดกับเสด็จพ่ออย่างไร พระองค์ถึงได้ทรงรับปาก?”
