พายุทะเลครั้งนี้โหมกระหน่ำยาวนานตลอดทั้งคืน
เมื่อพายุทะเลสงบลง ทุกคนต่างรู้สึกราวกับรอดพ้นจากหายนะมาได้
บัดนี้จ้าวหลิวเหลียงจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า การที่อวิ๋นเจิงเก็บเจินเถียนอู่เอาไว้ในคราวนั้น เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพียงใด
เกาะนกแห่งนี้ไม่มีระบุอยู่บนแผนที่เดินเรือเลยแม้แต่น้อย!
หากมิใช่เพราะเจินเถียนอู่คุ้นเคยกับแถบนี้ และรู้จักสถานที่หลบพายุแห่งนี้ พวกเขาคงต้องสูญเสียอย่างหนักในการเดินทางคราวนี้เป็นแน่
“สั่งทุกกองให้ตรวจนับความเสียหายของเรือรบและกำลังพลโดยด่วน!”
“กำลังพลบนเรือทุกลำ จัดคนระบายน้ำออกจากเรือทันที!”
ทันทีที่ฟ้าสาง อวิ๋นเจิงก็ออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
เพียงเห็นสภาพยุ่งเหยิงไปทั่วบริเวณ ก็รู้ได้ว่าต้องมีเรือรบและกำลังพลได้รับความเสียหายจากพายุครั้งนี้
“อ้วก…”
ไม่ไกลจากด้านหลังอวิ๋นเจิง ฉินผู่ หลุนไถ หานจิ้น และคนอื่น ๆ ต่างพากันไปที่ขอบดาดฟ้า ใช้มือยันกราบเรือแล้วขย้อนออกมาไม่หยุด
พวกเขาเองก็ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพอันน่าเวทนาของตน
ทว่าเมื่อคืนพวกเขาแทบจะขย้อนน้ำดีออกมา กลิ่นภายในห้องเรือก็เหม็นจนแทบทนไม่ไหว
อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่อวิ๋นเจิงกับฉินชีหู่ซึ่งคุ้นชินกับแรงโคลงเคลงกลางทะเลแล้ว ก็ยังรู้สึกเวียนศีรษะอยู่บ้าง
เวลานี้ ฉินผู่และคนอื่น ๆ ล้วนคิดถึงแผ่นดินยิ่งนัก
ชั่วขณะหนึ่ง ฉินผู่ถึงกับอยากให้อวิ๋นเจิงทิ้งตนไว้บนเกาะนก รอให้หายดีแล้วค่อยส่งคนมารับ
อวิ๋นเจิงปรายตามองคนกลุ่มหนึ่ง ก่อนกำชับหลินจี้ว่า “ให้คนเอาน้ำเกลือไปให้พวกเขาดื่ม! ในเมื่อคลื่นลมสงบแล้ว ก็ให้คนทำอาหารร้อน ๆ ให้ทุกคนกิน ไม่ต้องยุ่งยาก ต้มโจ๊กเนื้อสักหม้อก็พอ…”
