“เจ้าคิดจะชี้นำทิศทางที่กองทัพศัตรูจะไล่ตามหรือ?”
เมี่ยวอินเอ่ยถามพลางพันแผลให้อวิ๋นเจิง
“อืม!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ “เมื่อกองทัพศัตรูรู้ข่าวการตายของหูเจี๋ย ส่วนใหญ่คงไล่ตามพวกเราอย่างบ้าคลั่ง! หากชี้นำศัตรูบางส่วนให้ไล่ตามไปอีกทางได้ ต่อให้พวกเราถูกตามทัน แล้วต้องปะทะกับพวกมันอีกครั้ง โอกาสชนะก็ยังเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย”
“หากยังสู้ต่อไป พวกเราคง...”
เมี่ยวอินเอ่ยได้เพียงครึ่งเดียวก็ชะงักไป
“ข้ารู้”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนกล่าวอย่างจนใจว่า “ข้าเองก็ไม่อยากปะทะกับกองทัพศัตรู แต่กลัวว่าพวกมันจะคลุ้มคลั่ง ไล่ตามมาสู้กับพวกเราให้ได้ วางแผนไว้ก่อน อย่างน้อยก็ยังมีความหวังเพิ่มขึ้นอีกนิด มิใช่หรือ?”
มาถึงขั้นนี้แล้ว นอกจากคนบ้าศึกอย่างฉินชีหู่ ยังมีผู้ใดอยากปะทะกับกองทัพศัตรูซึ่งหน้าอีกเล่า!
ผลการรบครั้งนี้ของพวกเขานับว่ายิ่งใหญ่พอแล้ว
แน่นอนว่า ความสูญเสียก็หนักหนาสาหัสเช่นกัน
จากนี้ไป ขอเพียงไม่มีผลการรบใดอีก และคนที่เหลืออยู่ทั้งหมดสามารถถอนกำลังกลับไปได้อย่างปลอดภัย ก็ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดแล้ว!
ทว่าพวกเขาอยากถอนกำลัง กองทัพศัตรูอาจไม่ยอมปล่อยให้ไป!
อย่างไรเสีย ต้าฉานอวี๋แห่งเป่ยหวนก็ถูกสังหารไปแล้ว
“ก็จริง!”
เมี่ยวอินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเงยหน้ามองดวงตาของอวิ๋นเจิง “แผลเก่ายังไม่หายดีก็มีแผลใหม่เพิ่ม หากพวกเราต้องสู้ตายกับกองทัพศัตรูอีก เจ้าอย่านำทัพบุกสังหารอีกล่ะ!”
ยามนี้นางหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ
ศึกวันนี้อวิ๋นเจิงเกือบสิ้นชีพด้วยน้ำมือหูเจี๋ย
หากอวิ๋นเจิงตายในสนามรบ นางคงคลุ้มคลั่งเป็นแน่
“ศึกดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว เรื่องนี้ใช่ว่าข้าจะตัดสินใจได้ พวกเราไปตั้งหลักแถวริมแม่น้ำก่อนเถิด!” อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างจนใจ “คนของพวกเราก็เหนื่อยล้าจนหมดแรงแล้ว รอเก็บกวาดสนามรบเสร็จ ค่อยหาที่พักฟื้นกันก่อน!”
